อภิสิทธิ์ ชี้รัฐทุ่ม 1.7 แสนล้าน ดันไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นศก.ได้ 4 เดือน ถามถ้าของยังแพง จากนี้จะแก้ยังไง

เมื่อถามว่าตัวเลข 26 ล้านคนสะท้อนว่าประชาชนไม่ตื่นตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าพูดตามตรงตอนที่รัฐบาลตัดสินใจไม่ลดภาษีสรรพสามิต หรือลดภาษีใดๆ ก็ตาม รัฐบาลมักจะพูดว่าอยากจะช่วยเหลือประชาชนแบบมุ่งเป้า วันนี้ 26 ล้านคนแล้วก็ถือว่าอยู่ในจำนวนมาก ถ้าหากจะมุ่งเป้าช่วยเหลือจริงๆ เป็นเรื่องของคนที่อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหลักซึ่งมีการแยกออกไป พูดง่ายๆ โครงการนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่จะไปช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ตลาดสัมมากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ปิดรับลงทะเบียนไปเมื่อวานนี้มียอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 26 ล้านคนว่า การใช้สิทธิ์ในโครงการลักษณะนี้หลายครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เต็มจำนวนอยู่แล้ว แต่ตัวเลข 26 ล้านคนก็ถือว่าไม่น้อย สิ่งที่สำคัญก็คือรัฐบาลกำลังทุ่มเททุกอย่างไปกับโครงการนี้ ซึ่งเราเข้าใจดีว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เพียงแต่ว่าที่เราพูดมาตลอด คืออยากเห็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตั้งแต่แรกจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดมากกว่า นั่นคือรัฐบาลมีศักยภาพในการลดราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน จากการเดินหาเสียงก็ได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้า หลายคนพูดว่าหากน้ำมันถูกลง จะปรับเรื่องของต้นทุนได้ ทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ง่ายกว่า เมื่อรัฐบาลเดินไปในทางนี้ ก็ต้องหาทางให้ได้ผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่พรรคประชาธิปัตย์กังวลว่าจะกระตุ้นเพียงแค่ 4 เดือน หลังจากนั้นหากข้าวของยังแพงอยู่รัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะใช้เงินกู้ไปถึง 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ทำให้หนี้สาธารณะขยับเข้าไปใกล้เพดาน

เมื่อถามว่าตัวเลข 26 ล้านคนสะท้อนว่าประชาชนไม่ตื่นตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าพูดตามตรงตอนที่รัฐบาลตัดสินใจไม่ลดภาษีสรรพสามิต หรือลดภาษีใดๆ ก็ตาม รัฐบาลมักจะพูดว่าอยากจะช่วยเหลือประชาชนแบบมุ่งเป้า วันนี้ 26 ล้านคนแล้วก็ถือว่าอยู่ในจำนวนมาก ถ้าหากจะมุ่งเป้าช่วยเหลือจริงๆ เป็นเรื่องของคนที่อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหลักซึ่งมีการแยกออกไป พูดง่ายๆ โครงการนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่จะไปช่วยเหลือประชาชน

เมื่อถามว่าจะเริ่มใช้เงินในวันที่ 1 มิ.ย.นี้แล้วแต่การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานสภาฯ ก็ยังไม่ยอมบรรจุญัตติในการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้เรื่องนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พยายามอย่างเต็มที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล โดยโครงการต่างๆ จะต้องมองไปข้างหน้า เช่น โครงการพลังงาน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ว่าเป็นการใช้เงินแบบใด พรรคประชาธิปัตย์เคยพูดตั้งแต่ต้น ว่าไม่ใช่เงินที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกู้ออกมาช่วย จึงอยากจะตรวจสอบตรงนี้ แต่ในสภาฯชุดนี้ซีกรัฐบาลมักจะไม่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งพรรคขอบอกตรงๆ ว่าผิดหวัง ผิดหวังรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ให้ความสำคัญการที่ตัวแทนของประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบต่างๆ เช่น กรณีแลนด์บริดจ์ที่พรรคเห็นว่ามีความผิดปกติโดยเฉพาะรายงานของ สนข.จากนี้คงจะต้องมาทำกันเองในการทำให้ตัวเลขเป็นจริงเสนอต่อรัฐบาลให้ได้ พรรคจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป

Advertisement

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังมีความหวังว่ากรณีเงินกู้ จะสามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ เนื่องจากรัฐบาลใช้เงินจำนวนมาก ที่ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ แต่หากไม่สามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ พรรคก็จะเดินหน้าตรวจสอบกรรมาธิการผ่านกรรมาธิการสามัญ การเงินการคลัง แต่ขณะนี้งานก็ล้นมือ

“ขอย้ำอีกครั้งไม่ทราบว่าเป็นความเข้าใจผิด หรือความจงใจจริงๆ อย่างน้อยที่สุดแม้กระทั่งการอภิปรายในสภาฯ ก็ควรจะมีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ มานั่งฟัง ในสมัยที่พวกเราเป็นฝ่ายบริหาร ก็ได้กำชับเสมอว่าต้องให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบสูงของรัฐบาล เพราะข้อมูลหลายอย่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน ก็จะมีการนำเสนอข้อมูลที่ดี ดังนั้นควรจะมารับฟังด้วยตนเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว