สถานีคิดเลขที่ 12 | แนวรบ ‘บลู’ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

จะยอมรับ หรือ ปฏิเสธ ระบอบน้ำเงิน ก็ตาม

แต่ พรรคสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย ก็มีการขับเคลื่อนน่าจับตามองหลายประการ

แน่นอน สุด โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่ราบรื่นทั้งทางเทคนิค

ราบรื่นทั้ง ความสนใจของประชาชน ที่เข้าร่วมกว่า 26 ล้านคน

ภูมิใจไทย คงเก็บเกี่ยวคะแนนนิยมไปตามคาดหวัง

Advertisement

และทำให้เหตุผล “กู้เพื่อประชาชน” มีน้ำหนักชอบธรรมยิ่งขึ้นในการต่อสู้บนศาลรัฐธรรมนูญ หลังพรรคฝ่ายค้าน ส้มและฟ้า ยื่นให้วินิจฉัย

ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึง พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคส้ม ที่นำเสนอวาทกรรม “ระบอบน้ำเงิน” ออกมาเขย่าแรงๆ นั้น

ภูมิใจไทย คงใช้ยุทธวธี “บลูช่วยบลู” ตอบโต้ในทุกมิติ

“บลู” ทั้งจากพรรค ทั้งจากวุฒิสมาชิก และทั้งจากมวลชน “เดินทางขวา”

อย่างตอบโต้ด้วยการใช้วาทกรรม “ส้ม” ทำให้ “น้ำเงิน” เติบโต ก็ถือเป็นการย้อนเกล็ด ที่เจ็บแสบไม่น้อย

เพราะ พรรคส้มก็ปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก ว่าการสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯ ในวันนั้น ได้ “พลัส” ให้ภูมิใจไทย โตพรวดพราดขึ้นมาในวันนี้

โดยเฉพาะการชนะเลือกตั้ง อย่างท่วมท้น

ทำให้ พรรคน้ำเงิน อ้างเป็นความชอบธรรม ในการขับเคลื่อน อย่างเต็มที่

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า พรรคสีน้ำเงิน ตอนนี้ รุกในทุกแนวร่วม

ตั้งแต่ปรากฏการณ์ “การประชุมที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ”

ไปจนถึงการไปเยือนฝรั่งเศส แบบเต็มคณะ ทั้งนายกฯและรองนายกฯ

ซึ่งอยากหมายเหตุ ต่อท้ายไว้สักนิด ถึงสิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เขียนไว้ในเฟซบุ๊กระหว่างอยู่ฝรั่งเศส ให้ “เติมเชน” เข้าไปด้วยนั้น

เชน-อันหมายถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ที่นายอนุทินขับเน้นว่า “ร่วม” ไปในคณะด้วย

อันเป็นการยืนยันว่า นอกจากน้ำเงินแล้วยังพ่วงแดงด้วย

“แดง” ที่แม้จะมีการพูดกันมาก หลังจาก “นายใหญ่” ได้รับการพักโทษ ว่าอาจจะแปรเปลี่ยนเป็น “แดงเข้ม”

ที่ตีความถึงการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

ดังนั้น การที่ นายอนุทิน ส่งสัญญาณชัดๆ ให้ “เติมเชน” ด้วยนั้น ย่อมหมายถึง การโชว์ความเหนียวแน่นระหว่าง น้ำเงิน-แดง ว่ายังคงมีอยู่สูง

และไม่น่าเป็นไปตามข้อสังเกตของหลายคน หลังนายใหญ่คัมแบ๊ก

อย่างไรก็ตามมีชั้นเชิงของ “บลู” อีกเรื่อง ที่ต้องหมายเหตุไว้เช่นกัน

นั่นคือการที่ภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ยื่นไมตรี ไปยังพรรคสีเขียว กล้าธรรม

เมื่อมีมติในนามพรรคสีน้ำเงิน ไม่เห็นชอบ กรณีดีเอสไอทำหนังสือขอตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนในคดีเว็บพนันออนไลน์

แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย

แต่เป็นความเล็กน้อย ที่พรรคน้ำเงินเอาใจใส่

แน่นอน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคสีเขียว ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านในวันนี้ ย่อมแลเห็น “ไมตรี”

เป็นไมตรีที่อาจส่งผลทางการเมืองในวันหน้าได้ว่าหาก “แดง” เป็นอื่น น้ำเงินก็ยังมีเขียว อยู่

นี่คือ การเมือง ในเชิงสัญลักษณ์ ที่มีการส่ง “ถึงกัน” อย่างต่อเนื่อง

ต่อเนื่องเช่นเดียวกับ สัญญาณแรงๆ ที่มีไปถึงพรรคส้ม โทษฐานที่แขวนป้ายหนัก-หนัก “ระบอบสีน้ำเงิน” ขึ้นคอพรรคภูมิใจไทยด้วยเบาะแสอันน่ากังวลหลายอย่าง

ทั้งโมเดล “รัฐธรรมนูญ” ที่ชี้ว่า สีน้ำเงินส่อจะกินรวบทั้งฉบับ

ทั้งความไม่น่าไว้วางใจในการใช้อำนาจ

อย่างล่าสุด คือการที่ ส.ส.พรรคส้มเปิดประเด็น “4 เรื่องบังเอิญน่าเหลือเชื่อ ที่เกิดขึ้นแล้วในโครงการ TH-AI Passport” ทุบเข้าไปยังกล่องดวงใจสีน้ำเงิน กระทรวงดีอี

ถือเป็นการ “บั่นเซาะ” และแสดงปรปักษ์ต่อสีน้ำเงินชัดเจน

ดังนั้นไม่แปลก หาก “บลู” จะระดมสรรพกำลัง “บลู” ช่วย “บลู” บดขยี้ สีส้ม ในทุกแนวรบ