
ยศชนันนำทีมเพื่อไทยลุยฝนร่วมงาน “Bangkok Pride 2026” ประกาศความพร้อมเต็มสูบดันไทยชิงเจ้าภาพ World Pride 2030 ดวลบาร์เซโลนา ชูแนวคิด “Peace, People, Pride” ขยายผลความเท่าเทียมทุกมิติ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจสีรุ้งและตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำทีมผู้บริหาร สส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองเทศกาล “Bangkok Pride Festival 2026” ท่ามกลางบรรยากาศชุ่มฉ่ำสายฝน โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ”

ในปีนี้ พรรคเพื่อไทยได้ส่งขบวนพาเหรดเข้าร่วมแสดงพลังสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดสากล “Peace, People, Pride” สะท้อนนิยามความเท่าเทียมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่:
- Peace (สันติภาพ): มุ่งเน้นความเสมอภาคที่ไร้การเลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศสภาพ
- People (ประชาชน): สะท้อนหัวใจหลักของพรรคที่ยึดโยงกับประชาชน การเคารพในสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม
- Pride (ความภาคภูมิใจ): เฉลิมฉลองความภาคภูมิใจในตัวตนของกลุ่ม LGBTQIA+ และความสำเร็จของประเทศไทยหลังการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ
นายยศชนัน เปิดเผยว่า การมาร่วมงานในวันนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเท่าเทียมในทุกมิติ โดยความพิเศษของขบวนปีนี้คือการเปิดพื้นที่ให้มีความหลากหลายอย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงการเชิญน้องๆ กลุ่มออทิสติกมาร่วมเดินขบวนด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าความเท่าเทียมต้องขยายผลไปสู่ทุกคนในสังคม

นอกจากนี้ นายยศชนัน ยังได้อัปเดตความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World Pride 2030 โดยระบุว่า ปัจจุบันการแข่งขันงวดเข้ามาจนเหลือแคนดิเดตเพียง 2 เมืองสุดท้ายในโลกแล้ว คือ กรุงเทพมหานคร (ประเทศไทย) และ บาร์เซโลนา (ประเทศสเปน) ซึ่งการขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนสำเร็จเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโครงการส่งเสริมความหลากหลายต่างๆ จะเป็นหมุดหมายและข้อได้เปรียบสำคัญที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพและสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้

การผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ขับเคลื่อนควบคู่กันใน 2 มิติหลัก:
- มิติเศรษฐกิจ: การเป็นฟันเฟืองชิ้นโตในการกระตุ้น “เศรษฐกิจสีรุ้ง” (Rainbow Economy) ที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากการท่องเที่ยวระดับโลก และยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทย
- มิติด้านสิทธิเสรีภาพ: เป็นการประกาศจุดยืนบนเวทีโลกเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม แสดงศักยภาพของไทยในฐานะผู้นำที่เปิดรับ เคารพความหลากหลาย และให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง





