ตำนานห้องสมุดแห่งฮอกวอตส์ปลุกกระแสให้แหล่งเรียนรู้สไตล์คลาสสิกแบบตะวันตกกลับมาเป็นที่รู้จักในยุคปัจจุบันอีกครั้ง ถึงแม้ในบ้านเราอาจะไม่ปรากฏห้องสมุดโบราณสุดอลังการในลักษณะนั้น ทว่าเมืองไทยก็ยังคงมีห้องสมุดเก่าแก่คลาสสิกในกลิ่นอายตะวันตกให้หลงเสน่ห์อยู่เช่นกัน

ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library) เป็นแหล่งความรู้กลิ่นอายตะวันตกยุคอดีตที่ตั้งอยู่ในย่านสุรวงศ์ของกรุงเทพมหานคร สถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุนับร้อยปีนี้สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สองอย่างนั่นคือเป็นแหล่งมอบความรู้ให้กับสังคมและเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ในคราวเดียวกัน ทุกวันนี้คุณค่าทั้งสองยังดำรงคงอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็สร้างคุณประโยชน์ใหม่ตามมาอีกมากมาย จนกลายเป็นมรดกแห่งชาติที่ทรงคุณค่ามากทีเดียว
จากตำนานแห่งความรักสู่ตำนานแห่งความรู้
บนโลกใบนี้มีอนุสรณ์สถานแห่งความรักอยู่มากมาย ทว่าอนุสรณ์สถานที่สร้างคุณประโยชน์ไปพร้อมกันด้วยนั้นต่างน่ายกย่องทั้งสิ้น สำหรับห้องสมุดเนียลสัน เฮส์นี้ไม่ใช่แค่การนึกอยากสร้างสาธารณะประโยชน์ขึ้นมาลอย ๆ เท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นจากตัวตนของผู้ถูกรำลึกถึงอย่างแท้จริง

จุดเริ่มต้นแรกต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2412 (ค.ศ.1869) ที่เหล่าสุภาพสตรีชาวอังกฤษและอเมริกันจำนวน 13 คนได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพฯ (The Bangkok Ladies’ Library Association) ขึ้นเพื่อให้บริการแหล่งอ่านหนังสือ (ภาษาอังกฤษ) ตลอดจนเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในสังคมของเหล่าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โดยนายกสมาคมคนแรกก็คือ ซาราห์ บรัคลีย์ แบรดลีย์ (Sarah Blachley Bradley) ผู้เป็นภรรยาของหมอบลัดเลย์ (Dr.Dan Beech Bradley) ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นเอง ทว่าในช่วงเริ่มแรกนั้นยังไม่มีสถานที่ตั้งแน่นอนตายตัว หนังสือเล่มต่าง ๆ จึงถูกเก็บและหมุนเวียนไปตามบ้านแต่ละหลังของเหล่าสมาชิกผู้ก่อตั้งนั่นเอง ใครอยากมาอ่านหรือหยิบยืมหนังสือเล่มไหนก็ต้องไปตามบ้านหลังนั้น ๆ ซึ่งจะเปิดให้บริการเพียง 1 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น

ในเวลาต่อมา เจนนี เนียลสัน (Jennie Neilson) สตรีชาวเดนมาร์กที่อพยพตามครอบครัวไปอยู่อเมริกาก็ได้เดินทางเข้ามาเป็นมิชชนนารีในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2427 (ค.ศ.1884) แล้วเมื่อปี พ.ศ.2429 (ค.ศ.1886) คุณหมอ โธมัส เฮย์เวิร์ด เฮส์ (Thomas Heyward Hays) นายแพทย์ชาวอเมริกันก็ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่คริสต์ศาสนาพร้อมนำความรู้ด้านวิชาการแพทย์มาสู่เมืองไทย ทั้งคู่ได้พบรักและแต่งงานกันในปี พ.ศ.2430 (ค.ศ.1887) หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2438 (ค.ศ.1895) นางเนียลสัน เฮส์ (Neilson Hays) (ชื่อหลังแต่งงานแล้ว) จึงได้เริ่มเข้ามาทำงานกับสมาคมห้องสมุดฯ จนได้รับคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการและดูแลต่อเนื่องยาวนานเรื่อยมาถึง 25 ปี

จนกระทั่งในปี พ.ศ.2463 (ค.ศ.1920) เธอได้เสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรค การจากไปของภรรยาสุดที่รักคราวนั้นทำให้หมอเฮส์เศร้าเสียใจอย่างมาก แต่นั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้คุณหมอตัดสินใจบริจาคที่ดินและสร้างห้องสมุดนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงภรรยาและสดุดีในคุณความดีของเธอ โดยห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2464 (ค.ศ.1921) และนับจากนั้นมาก็กลายเป็นห้องสมุดถาวรของสมาคมฯ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน
สถาปัตยกรรมรำลึกความทรงจำ
นอกจากอาคารจะเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ทรงคุณค่าแล้ว ชื่อของห้องสมุดก็ยังตั้งเป็นเกียรติให้กับภรรยาพร้อมกันด้วย แถมรายละเอียดสถาปัตยกรรมอันประณีตอ่อนช้อยยังสะท้อนถึงความงดงามนิรันดร์กาลได้เป็นอย่างดี ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่มาพร้อมการอนุรักษ์อันยอดเยี่ยมนี้ยังทำให้ห้องสมุดแห่งนี้กลายเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าของไทยตลอดกาล

อาคารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิก (Neoclassical Architecture) ที่โดดเด่นในเมืองไทย สถาปนิกผู้ออกแบบก็คือ มารีโอ ตามัญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลีผู้อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปคลาสสิกอันโด่งดังของไทยมากมาย อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม, วังบางขุนพรหม, บ้านพิณุโลก, ไปจนถึงหัวลำโพง แน่นอนว่าอัตลักษณ์เด่นของอาคารหลังนี้เห็นจะเป็นหลังคาโดมซึ่งเปรียบเสมือนลายเซ็นทางสถาปัตยกรรมของสถาปนิกท่านนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็ยังมีเสาแบบไอออนิกไปจนกระทั่งดีเทลซุ้มโค้งที่แทรกตัวอยู่ทั้งด้านนอกและด้านในอาคารเพื่อสะท้อนเสน่ห์กลิ่นอายนีโอคลาสสิกได้อย่างน่าหลงใหล

อีกรายละเอียดที่ทำให้สถาปัตยกรรมนี้ทรงคุณค่าแตกต่างจากที่อื่นก็คือการออกแบบอาคารเพื่อใช้ประโยชน์เป็นห้องสมุดโดยเฉพาะตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเลยทำให้รายละเอียดการออกแบบอาคารต่างจากการออกแบบที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่การออกแบบห้องโถงใหญ่สูงโปร่งเพื่อให้อากาศไหลเวียนถ่ายเทได้ดี ระบายความชื้นได้ดี และไม่รู้สึกอึดอัดเวลาอ่านหนังสือ ในส่วนตัวอาคารยังออกแบบระบบผนังสองชั้น (Double Walls) เพื่อช่วยในการระบายอากาศและป้องกันความชื้น ดีไซน์ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเขตร้อนชื้นเพื่อไม่ทำให้หนังสือเสียหายง่าย รวมถึงป้องกันแมลงเข้ามากัดกินหนังสืออีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังออกแบบฐานรากให้รองรับน้ำหนักมากได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเลือกใช้ตะปูและหมุดทองเหลืองยึดชั้นวางหนังสือไม้เพื่อความแข็งแรงทนทานยาวนานและป้องกันสนิม เหล่านี้ล้วนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากทีเดียว

สถาปัตยกรรมทรงคุณค่านี้ยังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงได้รับรางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี พ.ศ.2565 (UNESCO Cultural Heritage Conservation Award 2022) จากองค์กรยูเนสโกซึ่งยกย่องว่าห้องสมุดแห่งนี้เป็นโครงการที่อนุรักษ์ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมตะวันตกในช่วงยุคต้นศตวรรษที่ 20 ให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมในโลกตะวันออกได้อย่างยอดเยี่ยมลงตัว
ความเงียบสงบที่แสนมีเสน่ห์
แรกเริ่มเดิมทีทางคุณหมอฯ และสมาคมฯ มีความประสงค์ให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้คู่ชุมชนที่ไม่ได้ให้บริการเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้นแต่ยังต้อนรับคนไทยที่สนใจตำราความรู้ภาษาอังกฤษอีกด้วย และห้องสมุดแห่งนี้ก็ทำหน้าที่นั้นได้ดีเสมอมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ทว่าอีกมิติที่นอกเหนือจากการเป็นแหล่งบริการความรู้แล้วที่นี่ยังเปรียบเสมือน Third Place สำหรับสังคมเมืองอันเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่สำหรับวิถีชีวิตที่เดินช้าลง

หลายคนหลงรักห้องสมุดแห่งนี้เพราะหลงใหลในบรรยากาศคลาสสิกผสมผสานความร่มรื่นเขียวขจี บางคนถึงกับยกย่องให้ที่นี่เป็นดั่ง Quiet Sanctuary มุมสงบกลางเมืองที่สามารถหลบหลีกโลกอันแสนวุ่นวายเพื่อมาพักผ่อนกายใจและได้อยู่กับตัวเองเพียงแค่พริบตา นอกจากนี้ก็ยังถือเป็นไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ Longevity อันเป็นศิลปะแห่งการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพที่ได้ฟื้นฟูจิตใจและสุขภาพกายไปในคราวเดียวกัน

เทรนด์ของ Longevity หรือศิลปะแห่งการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพนั้นกำลังกลายเป็นหัวใจหลักของวิถีชีวิตคนยุคใหม่ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยปลุกชีวิตของห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ให้กลับมาอีกครั้ง ห้องสมุดสำหรับยุคนี้อาจไม่ใช่แค่แหล่งอ่านหนังสือหาความรู้เพียงเท่านั้น เพราะในขณะเดียวกันก็สามารถเป็นสถานที่สงบจิตใจ คลายเครียด หรือพักผ่อนหย่อนใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายได้เช่นกัน การได้เข้าไปอยู่ในห้องสมุดนั้นอาจได้อะไรมากกว่าที่คิด รวมถึงอาจให้ประโยชน์ในด้านสุขภาพร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
แหล่งวัฒนธรรมทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา
เป็นเวลานับร้อยปีที่ห้องสมุดแห่งนี้ให้บริการความรู้เรื่อยมา ทุกวันนี้ที่นี่มีหนังสือภาษาอังกฤษทั้งเก่าและใหม่ให้บริการกว่า 20,000 เล่ม และหลายต่อหลายเล่มเป็นหนังสือเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีด้วย แล้วเพื่อให้แหล่งความรู้นี้ยังคงมีชีวิตยืนยาวคู่สังคมต่อไป

ทางห้องสมุดฯ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมบทบาทตามยุคสมัยมากขึ้น ที่นี่จึงมีการจัดกิจกรรมเสริมน่าสนใจมากมายตั้งแต่บุ๊คคลับสำหรับคนรักการอ่าน, เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถกความคิดหลากหลายมุมมอง, แหล่งส่งเสริมวัฒนธรรมมิติต่าง ๆ, ไปจนถึงเทศกาลหนังสือมือสองที่ต่อชีวิตให้หนังสือยังคงมีชีวิตสืบต่อไป สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้สถานที่นี้ยังคงสร้างความผูกพันกับชุมชนและสังคมยุคปัจจุบันได้ดีเยี่ยมไม่เคยเปลี่ยน

นอกจากบทบาทด้านเป็นแหล่งเรียนรู้แล้วที่นี่ยังเพิ่มคุณค่าด้านอื่นในการเป็นแหล่งจัดกิจกรรมของชุมชนและสังคมด้วย ตั้งแต่กิจกรรมเชิงสันทนาการไปจนถึงกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม นั่นเลยทำให้เราได้เห็นการสร้างสรรค์ตลอดสร้างสีสันให้ที่นี่ยังคงมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ และทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงมีคุณค่ากับยุคปัจจุบันโดยไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา ยังคงสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าและสืบสานตำนานได้เรื่อยไป
ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์ (Neilson Hays Library)
ที่ตั้ง: 195 ถ.สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เปิด-ปิด: อ.-อา. 09.30 – 17.00 น / หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าบริการ: 100 บาท (ค่าบำรุงห้องสมุดสำหรับผู้ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เว็บไซต์: https://neilsonhayslibrary.org/




