ส.โรงแรมภาคใต้ มองดราม่าภูเก็ต ไม่กระทบต่างชาติ แต่ SME ระส่ำ-จี้รัฐหยุดตลาดฉาบฉวย


22 มิ.ย. 2569 | 15:48น.
สัมภาษณ์

สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดใจเคลียร์กระแสดราม่าเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ยืนยันทุนข้ามชาติ-เชนระดับโลกยังเชื่อมั่นศักยภาพความเป็น Global Destination แต่ “คนท้องถิ่น-SME” เริ่มตั้งคำถามต่อเสถียรภาพภาครัฐ สะท้อนมุมมองปราบทุจริตยั่งยืนต้อง “ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก” เพื่อล้างบางต้นทุนแฝงใต้โต๊ะ วอนรัฐบาลเร่งกวาดบ้านตัวเองเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น ให้ประเทศ

ต่างชาติไม่สนดราม่า โฟกัส “ความปลอดภัย” เป็นหลัก

กรณีกระแสข่าวเชิงลบเกี่ยวกับปัญหาความไม่โปร่งใสและการใช้อิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา” นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดมุมมองกับประชาชาติธุรกิจว่า ข่าวสารในประเทศเหล่านี้แทบไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มลักชัวรี หรือกระทบต่อยอดจองห้องพักอย่างมีนัยสำคัญ

เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะให้ความสำคัญกับเรื่อง ความปลอดภัยที่สัมผัสได้จริง” จากประสบการณ์การเดินทางมากกว่า ส่วนประเด็นการบริหารจัดการภายในเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของคนในประเทศไทยเองมากกว่า

อย่างไรก็ตาม สมาคมโรงแรมไทยอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนร่วมกับส่วนกลาง เพื่อผลักดันให้กลุ่มโรงแรมที่ยังไม่มีใบอนุญาตเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้สมาชิกต้องมีใบอนุญาตเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งร่วมผลักดันการปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงแรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ระบบและขอรับใบอนุญาตได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการสร้างมาตรฐานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

วิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา
วิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา

ทุนข้ามชาติเชื่อมั่นศักยภาพ แต่คนท้องถิ่นเริ่ม “ตั้งคำถาม”

เมื่อเจาะลึกถึงภาพลักษณ์ของภูเก็ตในสายตาของเอเจนซี่ระดับโลก และความกังวลของกลุ่มเชนโรงแรมระดับโลก (Global Chain) ต่อเสถียรภาพและความโปร่งใสในพื้นที่ “วิชุพรรณ” ให้มุมมองว่า พื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งอันดามันทั้ง ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ได้ยกระดับกลายเป็น Global Destination ไปแล้ว

ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ ที่นี่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเดินทางมาเยือน ตราบใดที่สถิติตัวเลขความต้องการ ของนักท่องเที่ยวยังคงสูงอยู่ นักลงทุนก็ยังคงมองเห็นความคุ้มค่าและความเหมาะสมในการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“แต่ในส่วนของคนท้องถิ่น หรือกลุ่มผู้ประกอบการ SME อย่างเรา อาจจะมองว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อภาครัฐบาล และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจทำให้เรารู้สึกตั้งคำถามว่า ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นต่อผู้นำหรือผู้บริหารประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปมากกว่า แต่ถ้ามองในเชิงผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติหรือนักท่องเที่ยว เชื่อว่าน่าจะมีผลกระทบน้อยมาก”

 “ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก” ปิดตายต้นทุนแฝงใต้โต๊ะ

สำหรับประเด็นร้อนเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายส่วย หรือผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องที่ดินในพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจกลายเป็นต้นทุนแฝง ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับภาคธุรกิจโรงแรมนั้น นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ยืนยันว่า ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่โครงสร้างธุรกิจ

หากผู้ประกอบการเลือกที่จะ ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก” ดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามระบบและข้อบังคับของกฎหมาย ตั้งแต่การครอบครองสิทธิ์ที่ดินที่ถูกต้อง การออกแบบก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน และการขอใบอนุญาตอย่างโปร่งใส ปัญหาเรื่องต้นทุนแฝงจากการจ่ายเงินใต้โต๊ะก็จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล

“คนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจแบบไม่ถูกต้องต่างหาก ที่จะต้องไปกังวลเรื่องต้นทุนแฝงเหล่านั้น เช่น ที่ดินได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือการก่อสร้างมีความสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากคุณต้องการแสวงหาผลกำไรสูงสุด โดยการซื้อที่ดินมาในราคาถูกเพราะไม่ถูกต้อง แล้วนำไปก่อสร้างเกินความสูงที่กำหนด กลุ่มนี้ต่างหากที่จะต้องมากังวลเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ซึ่งถ้าเราทำถูกต้อง ก็ไม่มีอะไรที่ต้องน่ากลัว”

จี้รัฐบาลสร้าง “Trust in Thailand” เลิกพึ่งพาการตลาดฉาบฉวย

ในแง่ของทางออกและการปราบปรามทุจริต “วิชุพรรณ” ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งองค์กรพิเศษจากส่วนกลางขึ้นมาสแกนพื้นที่ใหม่ เนื่องจากบทบัญญัติทางกฎหมายและนโยบายใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ได้ระบุเป้าหมายเรื่อง “Trust in Thailand” (ความเชื่อมั่นในประเทศไทย) ไว้อย่างชัดเจนและดีอยู่แล้ว

แต่กุญแจสำคัญคือ “บุคลากรภาครัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน” จะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างเพื่อสร้างบรรทัดฐานและวัฒนธรรมองค์กรที่ซื่อสัตย์สุจริตจากภาพใหญ่ลงมาสู่ระดับล่าง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันภาคเอกชนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมโรงแรมไทย ได้ร่วมมือทำงานอย่างหนักหน่วงและครอบคลุมเกินกว่าขอบเขตการบริหารธุรกิจปกติ เพื่อร่วมกันประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมถึงช่วยกันพยุงภาพลักษณ์ของประเทศในยามที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเหมือนกำลังถูกลดทอนความสำคัญลง

ดังนั้น การทุ่มงบประมาณการตลาดเพียงอย่างเดียวเพื่อกู้ภาพลักษณ์จะไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ หากโครงสร้างการบังคับใช้กฎหมายภายในยังไม่ได้รับการแก้ไข

“อยากให้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาค่ะ ความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะเจรจากับผู้อื่น ทั้งการเจรจากับคนภายในประเทศด้วยกันเอง และการสร้างมาตรฐานที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่าง นโยบายเรามีอยู่ในแผนอยู่แล้ว กฎหมายก็มีอยู่แล้ว เพียงแค่นำนโยบายมาทำเป็นโครงการให้เป็นรูปธรรม และบังคับใช้กฎหมายตามที่มีอยู่เพื่อ ‘เก็บกวาดบ้านของเราให้เรียบร้อย’ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” วิชุพรรณ กล่าวทิ้งท้าย