สหรัฐขอบคุณไทย ค้นหานักบินอเมริกัน สูญหายที่ลำปาง ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ผลพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันแล้ว

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก US Embassy Bangkok ถึงความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของนายทหารอเมริกันที่สูญหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าทำตามคำสัญญาอันทรงเกียรติของอเมริกาว่าจะ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชาวอเมริกันและชาวไทยได้ทำงานร่วมกันจนค้นพบร่างของนักบินที่สูญหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเครื่องบินตกในลำปางเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า สำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Defense POW / MIA Accounting Agency : DPAA) ได้พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของร่างดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็น ร้อยโท แฟรงคลิน แมคคินนีย์ หลังจากความคลุมเครือที่ยาวนานกว่า 80 ปี ในที่สุด ร้อยโท แมคคินนีย์ ก็ได้เวลาหวนคืนสู่ครอบครัวแล้ว

ขอขอบคุณรัฐบาลไทย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดลำปาง ตลอดจนนักโบราณคดีและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ DPAA และทีมจากมหาวิทยาลัย UCLA เพื่อพา ร้อยโท แมคคินนีย์ กลับบ้านสู่ครอบครัว

อาสาสมัครชาวไทยและชาวอเมริกันเหล่านี้ดำเนินการค้นหาท่ามกลางโคลนตมในสภาพภูมิประเทศที่ยากลำบากเป็นเวลาหลายเดือน ความทุ่มเท ความเชี่ยวชาญ และการช่วยเหลืออย่างไม่ย่อท้อของทุกท่าน ได้นำความสงบสุขสู่ครอบครัวแมคคินนีย์ที่เฝ้าคอยมาตลอดหลายสิบปี อเมริกาขอขอบคุณพันธมิตรชาวไทยเป็นอย่างยิ่งค่ะ!

Advertisement

สำหรับ ร้อยโท แมคคินนีย์ นั้น พล.อ.อ.ศักดิ์พินิต พร้อมเทพ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์กองทัพอากาศ ได้เปิดเผยผ่านไลฟ์ของ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ โดย พล.อ.อ.ศักดิ์พินิตเผยว่า ช่วงสงครามโลก 2 เราอยู่ฝ่ายญี่ปุ่น ตรงข้ามกับสัมพันธมิตร ฉะนั้น สัมพันธมิตรจึงส่งกำลังทางอากาศเข้ามาเหนือไทยตั้งแต่เริ่มสงคราม แต่เมื่อสงครามเริ่มขยายวง อังกฤษถอยไปนอกพม่า พ้นมลายู เครื่องบินก็มาไม่ถึงเรา

กระทั่ง 2486 มีการปรับกำลังใหม่ มีแผนยึดพม่าคืน จึงส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่เข้ามา เครื่องบินขับไล่ได้รับการพัฒนาให้มีพิสัยบินไกลขึ้น เราจึงได้เห็นเครื่องบินแปลกๆ เยอะขึ้น กระทั่งสงครามสงบ

แมคคินนีย์ เป็นนักบินของ F-5E (สมัยนั้นรหัส F ย่อจาก FOTO ใช้ลาดตระเวน ถ่ายภาพทางอากาศ) ซึ่งเป็นเครื่องบินลาดตระเวน ถ่ายภาพทางอากาศ ทั้งนี้ กองทัพอากาศไทยเคยได้รับข้อความขอความช่วยเหลือว่า (สหรัฐ) กำลังค้นหานักบินที่ทำการบินมาสูญหายเหนือประเทศไทย ตั้งแต่ 2487

“ในบันทึกระบุว่า 26 กันยายน 2487 แมคคินนีย์ ขึ้นบินด้วย F-5E ลำที่เห็นในรูป เข้ามาถ่ายภาพลำปาง บินมาที่ 3 หมื่นฟุต ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ แล้วกลับไปที่จีน ก่อนเขียนรายงานว่าเหนือลำปางพบเครื่องบินขับไล่ของไทย 2 เครื่องเข้าสกัดกั้น น่าเสียดายที่บันทึกของไทยไม่มีบันทึกการสกัดกั้นวันนั้น

5 พฤศจิกายน 2487 แมคคินนีย์ รับภารกิจบินลาดตระเวนถ่ายภาพเหนือจุดต่างๆ ซึ่งเป็นจุดต้องสงสัยในพม่า ในไทย ซึ่งในไทยกำหนดไว้ที่อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย กระทั่งถึงเวลาที่ควรกลับ ก็ไม่ได้กลับ ฝูงบินพยามติดต่อสนามบินใกล้เคียงว่ามีเครื่องบินไปลงหรือไม่ ก็ไม่พบ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่เครื่องบินอยู่ในอากาศไม่ได้อีกแล้ว จึงเป็นจุดเริ่มต้นการค้นหาว่าเครื่องบินและนักบินหายไปไหน” พล.อ.อ.ศักดิ์พินิตกล่าว

ขณะที่ พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ว่า พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ภายในการสนับสนุนของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจค้นหาผู้สูญหายในสงครามโลกครั้งที่ 2 ร่วมกับทีมจากมหาวิทยาลัย UCLA และสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (DPAA)

ภารกิจครั้งนี้นำไปสู่การพิสูจน์อัตลักษณ์ของ ร้อยโท แฟรงคลิน แมคคินนีย์ (1st Lt. Franklin McKinney) นักบินชาวอเมริกันที่สูญหายจากเหตุเครื่องบินตกในจังหวัดลำปางเมื่อกว่า 80 ปีก่อน และสามารถพาเขากลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างสมเกียรติ

ในการดำเนินงานครั้งนี้ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ อาสาสมัครพิพิธภัณฑ์ นักศึกษาจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงนักศึกษาและนักวิชาการจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ร่วมปฏิบัติงานภาคสนามเคียงบ่าเคียงไหล่กับทีม DPAA และ UCLA ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนตลอดหลายสัปดาห์ สภาพร่างกายที่เหนื่อยล้า จนภารกิจสำเร็จลุล่วง

พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของภารกิจครั้งสำคัญนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือทางวิชาการและโบราณคดี มนุษยธรรมระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาในการนำผู้สูญหายกลับคืนสู่ครอบครัวอย่างสมเกียรติ