
รวบ เจ้าของคอกม้า ขบวนการรับซื้อบัญชีธนาคาร ส่งขายแก๊งสแกมเมอร์ ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รอง จตร. ปฏิบัติราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1, พ.ต.ท.สิงหราช พิมพะกร รอง ผกก.1 บก.สอท.1 พ.ต.ท.วัฒนชัย ธนกวินวงศ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.5 นำกำลังเปิดปฏิบัติการทลายขบวนการซื้อขายบัญชีม้ารายใหญ่
โดยเข้าจับกุม น.ส.สมใจ อายุ 41 ปี นายวินัย อายุ 45 ปี ชาว จ.ชลบุรี และนายประกฎษฏิ์ อายุ 28 ปี ชาว จ.ลพบุรี พร้อมของกลางโทรศัพท์ 5 เครื่อง พร้อมผูกแอปพลิเคชันธนาคาร ซิมเบอร์โทรศัพท์ 3 หมายเลข สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 16 ใบ บัตรประชาชนของบุคคลอื่น 9 ใบ ยาไอซ์ 0.75 กรัม และยาบ้า จำนวน 2 เม็ด รวม 41 รายการ
สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มขบวนการซื้อ-ขายบัญชีม้า ได้นัดหมายส่งมอบบัญชีธนาคารกันที่ห้องพักภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อซื้อขายสมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็มและโทรศัพท์ที่ได้เปิดบัญชีผ่านระบบแอปพลิเคชันธนาคาร พร้อมนำใช้งานได้ทันทีก่อนนำกำลังจู่โจมค้นห้องพักเข้าจับกุมตัว น.ส.สมใจ คนรับซื้อบัญชี และ นายวินัย เจ้าของบัญชี ส่วน นายประกฎษฏิ์ ซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.สมใจ จากการตรวจค้นพบมีการครอบครองยาไอซ์และยาบ้า ก่อนตรวจยึดของกลางไว้ได้ทั้งหมด
จากการสอบสวนทราบว่ามี น.ส.สมใจ เป็นตัวการสำคัญ โดยเป็นนายหน้าหรือเจ้าของคอกม้าในการรับซื้อบัญชีธนาคาร และโทรศัพท์ที่ได้เปิดบัญชีผ่านระบบแอปพลิเคชันธนาคาร จากเจ้าของบัญชี ก่อนรวบรวมส่งขายต่อให้กับแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเอากำไรส่วนต่างบัญชีละ 2-3 พันบาท มานานกว่า 1 ปี ส่วน นายวินัย เป็นเจ้าของบัญชีที่นำมาขายให้กับน.ส.สมใจ เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ
โดยดำเนินคดีกับ น.ส.สมใจ และ นายวินัย ในความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ,ร่วมกันได้ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,
ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันนำเข้าสูระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใด และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอีเล็กทรอนิกส์ของตน โดยแม้มิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด“
ส่วน นายประกฎษฏิ์ ดำเนินคดีในข้อหา ได้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1 หรือประเภท 2 เพื่อเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 107 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 164 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ดำเนินการตามหมายต่อไป




