
เมื่อเวลา 21.23 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ภายหลังเสร็จสิ้นการลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ดั้งเดิมในวันที่ 7-8 ก.ค. เป็นประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ได้ทราบมาว่าทางภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นร่างของภาคประชาชน โดยทางตัวแทนภาคประชาชน วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล ได้หารือนอกรอบร่วมกันและเห็นตรงกันว่าร่างของภาคประชาชนควรเข้ามาพิจารณาพร้อมกันกับร่างของพรรคการเมือง ดังนั้น เมื่อยังไม่ครบ 50,000 รายชื่อ คงจะเป็นไปไม่ได้ที่ร่างดังกล่าวจะเข้ามาทันในวันที่ 7-8 ก.ค. แต่ตนค่อนข้างประหลาดใจว่าประธานยังไม่มีการนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งทำให้ข้อสรุปที่ตนได้เสนอไปเมื่อสักครู่เป็นทางการ ชัดเจนกับทุกฝ่าย และเราต้องทราบความชัดเจนว่าในเมื่อวันที่ 7-8 ก.ค. จะไม่มีประชุมในวาระดังกล่าวแล้ว จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีกหรือไม่
นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้ามีจะพิจารณาวาระอะไร เพราะมีหลายวาระที่รอการพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาอยู่ เช่น เมื่อ 2 เดือนที่แล้วคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เพื่อตัดอำนาจและดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการปัดตกข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาและภาคประชาชนเกี่ยวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภายในวันที่ 2 หรือ 3 ก.ค. ประธานจะนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน
ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นหารืออีกว่า สิ่งที่ผ่านมารัฐธรรมนูญระบุว่าประชาชนสามารถยื่นได้ แต่ในวันนี้ตนสงสัยว่าองค์กรเดียวที่ยื่น ประชาชนที่มาลงชื่อรู้จริงหรือไม่ สภาต้องตรวจสอบ และดําเนินการที่แล้วมา ยื่น 20,000 คน แต่ไม่รู้ว่า 20,000 คนนั้นเขาเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ ทุกการยื่นของประชาชน หรืออะไรก็ตามต้องตรวจสอบ
ระหว่างนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เบรกนายชาดา โดยกล่าวว่า เข้าใจแล้ว นายชาดาจึงตอบกลับมาว่า ถ้าเข้าใจ ท่านก็ต้องปฏิบัติด้วย ทําให้นายโสภณกล่าวยืนยันอีกว่า ปกติมีการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์หารือ ไม่ได้มีการขัดข้องที่จะประชุมวิป 3 ฝ่ายกัน แต่ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) งานตนเต็มจริงๆ จึงขออนุญาตเป็นช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ค.ได้หรือไม่ นายพริษฐ์จึงกล่าวว่า ไม่ได้ขัดข้อง แต่กังวลว่าหากหารือวันที่ 6 ก.ค. และประชุมวันที่ 7 ก.ค. จะมีเวลาเพียง 24 ชม. ก่อนการประชุม ดังนั้น หากจะให้เป็นเช่นนั้น อยากหารือผ่านไปยังวุฒิสภาว่า วาระที่ควรพิจารณากันได้ในที่ประชุมร่วมวันที่ 7 ก.ค.นั้น คงเป็นเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 อยากขอคํามั่นสัญญา เนื่องจากศึกษากันมาเพียงพอแล้ว ทำให้นายโสภณกล่าวว่า วันที่ 2 ก.ค.จะมีการออกหนังสือเชิญวิป 3 ฝ่าย หารือกันในวันที่ 6 ก.ค. เพื่อพูดคุยกัน
จากนั้นประธานสภาสั่งปิดประชุมในเวลา 21.29 น.





