
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางเทคนิคในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ อีกครั้งในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจัดทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร
แหล่งข่าวเผยว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของทรัมป์ ได้พบกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาร่วมกับปากีสถาน เพื่อวางรากฐานสำหรับการเจรจาครั้งนี้ แต่ทั้งคู่จะไม่เข้าร่วมการเจรจาด้วยตนเอง
การเจรจาที่เกิดขึ้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราว 14 ข้อที่สหรัฐและอิหร่านลงนามร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ ที่รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาการเจรจา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร ก่อนที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีการโจมตีตอบโต้กันไปมาโดยต่างฝ่ายต่างกลางหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง
แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านสองรายระบุว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับจากนานาชาติเรื่องอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และสิทธิในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่เข้าหรือออกจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าจะต้องใช้กำลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวก็ตาม
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า การเจรจาในโดฮาแบ่งเป็นการหารือระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยการเจรจาเริ่มขึ้นในคืนวันอังคารและดำเนินต่อไปในวันพุธ
อิหร่านประกาศอย่างชัดเจนว่า ลำดับความสำคัญของอิหร่านคือการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นดังกล่าว
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า ในส่วนของประเด็นที่สหรัฐให้ความสำคัญ คือการรับประกันให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นไปได้โดยเสรี




