ทำไม ‘โคเปนเฮเกน’ ถึงเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2026 (อีกครั้ง)

เป็นอีกครั้งที่โคเปนเฮเกน เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์กคว้าอันดับเมืองน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลกประจำปี 2026 จากรายงานของ ‘Global Liveability Index 2026’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของสถาบัน Economist Intelligence Unit (EIU)

ผลการจัดอันดับปี 2026 ประเมินเมือง 173 แห่งทั่วโลก ปรากฏว่า กรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก ยังคงครองตำแหน่ง เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังได้รับคะแนนโดดเด่นจากหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสถียรภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษา ซึ่งได้รับคะแนนเต็ม

EIU ระบุว่า ความสำเร็จของโคเปนเฮเกนมาจากการผสมผสานระหว่างเมืองที่มีความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ บริการสาธารณะที่มีคุณภาพ รวมถึงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต จนทำให้เมืองสามารถรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้โคเปนเฮเกนได้รับการยกย่องมาโดยตลอด คือการออกแบบเมืองที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเลนจักรยานที่ครอบคลุม ระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงได้ง่าย และนโยบายด้านความยั่งยืนที่ช่วยยกระดับคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เมืองจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับอยู่อาศัย แต่ยังสนับสนุนให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดี

ลำดับอื่นรองลงมาคือ เวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย ซึ่งเคยครองอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปี ตามด้วย เมลเบิร์น (Melbourne) และ ซิดนีย์ (Sydney) ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ ซูริก (Zurich) และ เจนีวา (Geneva) จากสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงรักษาตำแหน่ง Top 10 ของกลุ่มเมืองน่าอยู่ที่สุดของโลก

ปีนี้ยังเป็นปีที่เอเชียทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยมี 9 เมืองติดอันดับ 20 เมืองน่าอยู่ที่สุดของโลก สะท้อนคะแนนด้านสาธารณสุขของภูมิภาคที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในหลายเมืองของจีนที่ได้รับการลงทุนด้านระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ โอซาก้า (Osaka) และ โตเกียว (Tokyo) ยังคงเป็นสองเมืองจากเอเชียที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก

ในทางกลับกัน หลายเมืองในตะวันออกกลางมีอันดับลดลง เนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งที่ส่งผลต่อคะแนนด้านเสถียรภาพ ส่วนคะแนนเฉลี่ยด้านคุณภาพชีวิตของโลกแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน เพราะการพัฒนาด้านสาธารณสุขในเอเชียช่วยชดเชยคะแนนด้านเสถียรภาพที่ลดลงในบางภูมิภาค

แม้รายงานฉบับนี้จะเป็นการจัดอันดับเมือง แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือตัวชี้วัดเบื้องหลังผลลัพธ์ เพราะสะท้อนให้เห็นว่า เมืองที่น่าอยู่ในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันด้วยจำนวนแลนด์มาร์กหรือความทันสมัยเพียงอย่างเดียว หากคือเมืองที่ทำให้ผู้คนใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่การเดินทางที่สะดวก ความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสาธารณะ ไปจนถึงการมีพื้นที่สีเขียวและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้โคเปนเฮเกนยังคงเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน

10 เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2026

  • โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก
  • เวียนนา, ออสเตรีย
  • เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
  • ซิดนีย์, ออสเตรเลีย
  • ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์
  • เจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์
  • โอซาก้า, ญี่ปุ่น
  • แอดิเลด, ออสเตรเลีย
  • แวนคูเวอร์, แคนาดา
  • โตเกียว, ญี่ปุ่น

ภาพ: Shutterstock