หลังจากประสบความสำเร็จกับ Yayyyyy Record Bar ที่ย่านหลานหลวง ซึ่งมีลูกค้าตั้งใจเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ ทีมผู้ก่อตั้งจึงเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปีในการค้นหาทำเล ก่อนจะลงตัวที่ย่านสีลม-สาทร จนเกิดขึ้นเป็น OBi Record Bar พร้อมออกแบบร้านให้เป็นเหมือนบาร์ฟังเพลง เป็นร้านที่ชาวออฟฟิศสามารถเปิดประตูเข้ามานั่งพัก จิบเครื่องดื่ม พูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ หรือปล่อยให้เสียงเพลงช่วยคลายความเหนื่อยล้าหลังวันทำงานได้
ส่วนชื่อ OBi ตอนแรกเราก็แอบสงสัยว่ามาจากไหน พอรู้คำตอบก็ถึงกับร้องอ๋อทีเดียว เพราะมันสะท้อนแนวคิดร้านได้อย่างชัดเจน ซึ่งมาจาก Obi Strip หรือแถบกระดาษที่คาดอยู่บนหน้าปกแผ่นเสียงจากญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งระบุรายละเอียดของศิลปินและอัลบั้ม สำหรับนักสะสม แผ่นเสียงที่ยังคงมี Obi ครบถ้วนถือเป็นของที่สมบูรณ์และทรงคุณค่า จึงกลายมาเป็นชื่อร้านที่แสดงถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมการฟังเพลงและการสะสมแผ่นเสียงแบบญี่ปุ่น




เสน่ห์อีกอย่างของที่นี้ คือการถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Jazz Kissa ได้อย่างร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับการฟังมากพอๆ กับการดื่ม พนักงานทุกคนในร้านถูกเรียกว่า Bar Viber เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงชงเครื่องดื่ม แต่ยังสลับบทบาทเป็นดีเจ คอยดูแลบรรยากาศและพูดคุยเรื่องดนตรีกับลูกค้าได้อย่างออกรส หากเห็นแผ่นเสียงที่สนใจ ก็สามารถขอให้ดีเจหยิบขึ้นมาเปิดฟังได้เช่นกัน
แถมทุกเพลงในร้านเปิดผ่านแผ่นเสียงไวนิลทั้งหมด แนวเพลงจะค่อยๆ เปลี่ยนอารมณ์ไปตามช่วงเวลาของคืน เริ่มต้นด้วยแจ๊สชิลๆ ก่อนจะไล่ไปสู่ฮิปฮอป, R&B, โซล และฟังก์ โดยมีดีเจหมุนเวียนมาเปิดแผ่นทุกวัน ซึ่งในวันพุธเป็นดีเจรับเชิญ ส่วนวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์จะเป็นคิวของดีเจประจำร้าน ทำให้แต่ละคืนมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน
The Vibe
เปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงไฟสลัว บาร์ไม้ และเสียงจากแผ่นไวนิลที่ค่อยๆ พาเราออกจากความวุ่นวายของสีลมด้านนอก มีชั้นวางแผ่นเสียงไม้ขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยแผ่นจากญี่ปุ่นหายาก ขณะที่ทุกมุมของร้านถูกออกแบบให้ผู้คนสามารถนั่งฟังเพลง พูดคุย หรือแม้แต่มาคนเดียวก็ไม่รู้สึกแปลกแยก



The Taste
แม้ร้านจะเน้นให้ผู้คนมาฟังเพลงเป็นหลัก แต่เครื่องดื่มก็ถูกออกแบบอย่างตั้งใจไม่แพ้กัน โดยหยิบกลิ่นอายของญี่ปุ่นมาผสมกับเทคนิคการทำค็อกเทลร่วมสมัย มีตั้งแต่ Highball, Classic Twist ไปจนถึงซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของร้านได้อย่างชัดเจน
ซิกเนเจอร์ตัวแรก Melon Melon No.2 (440 บาท) ดื่มง่ายที่สุดของร้าน เบสวอดก้าผสาน Melon Liqueur และ Midori ก่อนตัดความหวานด้วย Fino Sherry และเพิ่มความสดชื่นจากเลมอนและ Saline ให้รสชาติหวานแบบเมลอนแต่ไม่เลี่ยน ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของ Absinthe Spray ที่ช่วยเพิ่มมิติแบบสมุนไพรบางๆ
Smoky Aomori (460 บาท) ถัดมาเป็นแก้วที่มีคาแรกเตอร์ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เริ่มจากความสดใสของน้ำแอปเปิลอาโอโมริ สตรอว์เบอร์รี และ Apricot Brandy ก่อนปิดท้ายด้วยการพ่น Islay Single Malt Whisky ลงบนผิวเครื่องดื่ม ทำให้ได้กลิ่นควันพีตลอยขึ้นมาก่อนจิบ เป็นแก้วที่มีทั้งความเปรี้ยวหวาน สดชื่น และกลิ่นสโมกในตอนท้าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มอะไรมีเลเยอร์
สำหรับสาย Gin ทางร้านยังมี Garden Martini (440 บาท) ที่ให้โทนฟลอรัลจาก Elderflower และ Rose Liqueur เสริมด้วยความสดชื่นของแอปเปิลและเลมอน ก่อนปิดท้ายด้วย Lavender Foam ให้สัมผัสเบาและหอมละมุน เหมาะกับคนที่ชอบค็อกเทลสไตล์สดชื่น ดื่มง่าย และมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์




Good for
หากคืนไหนที่ไม่ได้อยากปาร์ตี้ แค่อยากหาบาร์ดีๆ นั่งสักแห่งเพื่อปล่อยให้เสียงเพลงพาใจพัก OBi Record Bar ก็เหมาะทั้งสำหรับการแวะมาคนเดียวหลังเลิกงาน นัดเพื่อนสนิทมานั่งคุย หรือพาใครสักคนมาฟังแจ๊สแบบญี่ปุ่น และที่นี่อาจทำให้คุณค้นพบว่าการนั่งฟังเพลงเฉยๆ ก็เป็นความสุขของค่ำคืนได้เหมือนกัน
OBi Record Bar
Location: ย่านสีลม-สาทร กรุงเทพมหานคร
Open: เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เวลา 18.00-01.00 น.
Contact: OBi.Record Bar (Tag IG @obi.recordbar)**
Budget:** ราคา 500-1,000 บาทต่อคน




