
นายกฯ แถลงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันทำตามข้อเท็จจริง-รวดเร็ว “ไม่มีมวยล้มต้มคนดู” บอกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วหลายคน ลั่นนักการเมืองเอี่ยวไม่รอดแน่ โดนหนักหลายเท่า
ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบังคับการปราบปรามและติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมด้วย

โดย นายกฯ กล่าวว่า ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในฐานะ รมว.มหาดไทย ต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รวมไปถึงหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงการกระทำอันอุกอาจผิดกฎหมายและเป็นประเด็นที่น่ารังเกียจเช่นนี้
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาผมก็ไม่ได้มีความสบายใจ เพราะมันเป็นเรื่องภายในกำกับดูแลของรัฐบาล ถ้าไม่ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกท่าน ก็จะทำให้ความเคลือบแคลงใจของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อคดีนี้เป็นที่สงสัย แต่ท่านทั้งหลายทำให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง ทำให้เห็นเครือข่ายว่าหลายคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในวงจรนี้ ก็ยังร่วมในการกระทำการทุจริตอื่น ๆ ด้วย
ผมได้เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันกับประชาชนผ่านสื่อมวลชนว่า ขอให้มีความมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและมั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกหรือไปเบียดบังคดีความต่าง ๆ ไม่ได้เป็นอันขาด และยิ่งกรณีนี้เป็นกรณีที่อาจหาญต่อการทุจริตตั้งแต่การสอบรับข้าราชการ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าจะไม่มีการบิดเบือนคดีเป็นอื่นเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่เรามีอยู่ ที่เรากำลังสืบหาอยู่ เพราะไม่งั้นมันจะต้องมีการตรวจทาน เพื่อนำมาประกอบเปรียบเทียบกัน คือหลักที่ประชาชนทุกคนสามารถให้ความไว้วางใจ และคดีนี้ไม่มีบรรเทา ไม่มีการยืดหยุ่น ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการไปตามหลักกฏหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีกฎหมายใด ๆ หรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ทุกคนจะต้องไปตอบแทนหรือเกรงกลัวใด ๆ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้
ดังนั้น ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาในกรณีนี้ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เคยมีตำแหน่งราชการใด ๆ ก็ตาม การดำเนินคดีมีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปหลายคน แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะกว่าจะถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและยืนยันหลักฐานให้ชัดเจน
เมื่อถามถึงกรณีการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คน ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า ผมเพิ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)เมื่อช่วงเช้าว่า สถ.ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ และในสัปดาห์หน้าวันที่ 23 ก.ค.นี้ จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ซึ่งผมเป็นประธาน ถ้าผมสั่งได้ก็สั่งไปแล้วอยู่แนวหน้า รมว.มหาดไทย ป่านนี้ผลสอบครั้งนี้มันก็ไม่เกิดแล้ว
แต่มันจะต้องผ่านคณะกรรมการกลาง ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี และได้ให้แนวทางตั้งแต่ทราบเรื่องว่าให้ชะลอ อย่าเพิ่งเรียกไปรายงานตัว ซึ่งในสัปดาห์หน้า ถ้าวันนี้ สถ.มีมติเรียบร้อยว่าพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย พบการบิดเบือนผลการสอบต่าง ๆ เราก็ต้องรายงานคณะกรรมการ ก กลาง ซึ่งผมถามเขาแล้วว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะบอกแล้วไม่ให้บรรจุแล้วยังไปบรรจุ ขนาดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกหนังสือไม่ให้บรรจุ ให้ชะลอ แต่ก็ยังบรรจุต่อไป ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวจะต้องอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการต่อไป

ซึ่งในคณะกรรมการ ก กลาง ก็จะต้องนำเรื่องเข้าไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่สำหรับผมให้ยกเลิก แต่ถ้ายังมีคณะกรรมการหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่หลายคนเป็นตัวแทนจากท้องถิ่น เป็นผู้ที่ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน ถ้าเขายังบอกว่าดำเนินการต่อไป ก็ให้โหวตกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผมและกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลเราก็มีความเห็นของเรา
เมื่อถามว่า ในส่วนที่ทักท้วงไปแล้ว นายกฯ มีอำนาจในการปกครอง ทำไมไม่ออกคำสั่งให้มีการถอน นายกฯกล่าวว่า “ถามแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เข้าใจกฎหมาย มันไม่ได้มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจก็เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ใช่แค่ทัก แต่ตนบอกแล้วว่าให้ชะลอ แต่ต้องใช้มติของคณะกรรมการก กลาง กฎหมายเขียนไว้ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร่าง เราก็ต้องมานั่งดูด้วย ว่าทำไมกฎหมายถึงออกมาเช่นนี้
ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชั้น รมว. มหาดไทยคือประธานกรรมการแค่ชุดเดียว คือชุดกลาง ถ้าจะโหวตก็มีแค่เสียงเดียว ในกระทรวงมหาดไทยน่าจะมีไม่เกิน 3 เสียง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นส่งเสริมการปกครอง ที่เหลือเป็นกรรมการจากหน่วยงานอื่น ๆ ใช้อำนาจไม่ได้ ถ้าใช้อำนาจได้ก็ไม่ต้องมากวน ผบ.ตร.
เมื่อถามต่อว่า กรณีผู้สมัครที่สอบผ่าน แล้วอยากร้องขอความเป็นธรรมว่า การสอบทำมาอย่างถูกต้อง นายกฯ กล่าวว่า เราต้องดูก่อนว่าการสอบตอนนี้เจอประมาณ 5,900 รายที่ทุจริต ตอนนี้ผมก็ต้องไปหารือทางฝ่ายกฎหมายต่อกรณีนี้ ถ้ามันทุจริตตั้งแต่ช่วงต้นมีการเปิดเผยข้อสอบ มีการบิดเบือนผลการสอบ ถ้ามันนำไปสู่การยกเลิกเพิกถอนอะไรได้ เราก็ต้องทำตามทุกอย่างที่กฎหมายเปิดช่องไว้
เมื่อถามอีกว่า หากดำเนินการสอบไปแล้ว และพบว่ามีผู้ทุจริตจะต้องขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามสอบอีกหรือไม่
นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องถูกกำหนดอยู่ในทีโออาร์ต่อไป แต่อย่างน้อยคนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่คะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับการประกาศผล เชื่อว่าทางพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินคดี เรียกมาสอบปากคำ ถ้าพบเป็นความผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อไป
เมื่อถามต่อว่า 5,000 กว่าตำแหน่งที่เพิกถอนแล้วจะเลื่อนคนที่ลำดับถัดไปขึ้นมา หรือว่าต้องสอบใหม่
นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องดูว่า สถ.จะยกเลิกสอบ ยกเลิกผลประกาศสอบ มันต้องมาจากคณะกรรมการก กลาง ไม่มีอำนาจตรงไหนที่ให้ รมว.มหาดไทยได้ทำเอง โดยที่ไม่ต้องใช้มติของคณะกรรมการ ก็ต้องรอการประชุม ทราบว่าจะประชุมในวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งปกติผมจะมอบ รมช.มหาดไทยทำงานแทนตั้งแต่ตนมาเป็น รมว.มหาดไทย ในปี 2566 รอได้ให้ มท.2 กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นสัปดาห์หน้า ผมก็ประเมินแล้วคิดว่ามันก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปทำหน้าที่ประธานเอง เพราะมันไม่ได้จำกัดสิทธิ์อะไรของผมในการไปทำหน้าที่ประธาน
เมื่อมาถามอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากจะต้องไปรื้อคณะกรรมการหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องไปดู เพราะอันนี้เป็นกฎหมายประกอบในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แต่เชื่อว่าถ้ามีการเปิดให้มีการทุจริตในระดับขนาดนี้ ผมก็คิดว่ากระทรวงมหาดไทยมีเหตุผลที่ต้องพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้คงมีการแถลงข่าวขยายผลอีกหลายครั้ง เพราะการกระทำที่อุกอาจขนาดนี้ คงไม่ได้แค่มีผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป ในส่วนของผมมีความเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ว่าเราจะไม่มีทางปล่อยให้คนร่วมกระทำความผิดลอยนวลอย่างแน่นอน และไม่ต้องห่วงระบบนี้คนมันเยอะ แต่ละคนเดี๋ยวเขาก็ซัดทอด ไปถึงคนอื่น มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งที่สื่อมวลชนกังวลว่าตรงไหนซ่อนอยู่ คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง คนไหนทำเป็นฮีโร่ แต่ความจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มส้นเท้า ก็จะถูกขยายผลออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งการดำเนินการมาจนถึงระดับนี้ ก็มาจากการขยายผล
ด้าน นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่ ป.ป.ท. จะดำเนินการหลังจากนี้ คือจะหาแนวทางที่ชัดเจนและแนวป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ตามที่นายกฯ ระบุไว้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง โดย ป.ป.ท.จะหาแนวทางที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอนายกฯต่อไป ว่าข้อเท็จจริงคืออะไรและช่องโหว่อย่างไร
จากนั้น นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมืองจะรอดหรือไม่ ไปดูข้อกฎหมาย ที่บอกว่าเป็นข้าราชการเป็นเจ้าพนักงานเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีสถานะจะต้องโดนลงโทษ2 เท่าถึง 3 เท่า ยังมีกฎหมายนี้อยู่ ผมได้ให้หลักการนี้ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกคน
จากนั้น เวลา 14.10 น. ภายหลังเสร็จสิ้นติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า ได้เจอผู้ต้องหาก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า เพิ่งเดินผ่านเมื่อกี๊ ผมไม่ทราบด้วยว่าเป็นผู้ต้องหา ตำรวจได้บอกให้เข้ามายืนด้านข้าง เพื่อให้ผู้ต้องหาเดินผ่านไปฝากขังตามกระบวนการ





