นายกฯ ถก ภาคธุรกิจยุโรป ขอหนุนปิดดีล FTA ไทย-อียู สิ้นปี 69


16 ก.ค. 2569 | 11:02น.
นายกฯ ถก ภาคธุรกิจยุโรป ขอหนุนปิดดีล FTA ไทย-อียู สิ้นปี 69

นายกฯ หารือ ภาคธุรกิจยุโรปขอหนุนโค้งสุดท้าย ปิดดีล FTA ไทย-อียู สิ้นปี 69 หวังดันการค้าโตหลายเท่าตัว ชี้หากเร็จส่งออกไร้กำแพงภาษี พร้อมลุยเป้าสมาชิก OECD ภายในปี 71

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (European Association for Business and Commerce: EABC) พร้อมคณะผู้แทนภาคธุรกิจจากสหภาพยุโรป เข้าพบเพื่อหารือด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มนักธุรกิจจากสหภาพยุโรปได้ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย พร้อมชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลไทยที่รับฟังข้อเสนอแนะและตอบสนองต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้พบปะหารือกันหลายครั้งในเวทีระหว่างประเทศ

ไทยได้ยืนยันความพร้อมด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต รวมถึงขอให้ภาคธุรกิจยุโรปสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thailand-EU FTA) ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยตั้งเป้าปิดการเจรจาให้ได้ภายในสิ้นปี 2569

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การเจรจามีความล่าช้าในช่วงท้าย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีประเด็นที่เห็นต่างและต้องร่วมกันหาทางออก เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เพราะหากการเจรจา FTA สำเร็จ มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และผู้ประกอบการไทยจะสามารถส่งออกสินค้าไปยังยุโรปได้โดยไม่มีกำแพงภาษีเป็นอุปสรรค

เมื่อถามว่า ไทยยังมีอุปสรรคอะไรในการเจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเด็นหลักอยู่ที่เรื่องวัตถุดิบและภาคการเกษตร ซึ่งรัฐบาลต้องดำเนินการในลักษณะ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหัวข้อที่มีการหารือในทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศหรือการต้อนรับผู้นำจากต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรป โดยผู้นำหลายประเทศยืนยันว่าจะสนับสนุนประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเป็นสมาชิก OECD ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการยกระดับมาตรฐานประเทศ ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้เกิด “พลัส พลัส พลัส” ทั้งการผลักดัน FTA การดึงดูดการลงทุน และการเดินหน้าโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่งรัดการลงทุนในภาครัฐ

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าประเทศไทยจะสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ภายในปี 2571 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ผลสุดท้ายจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ก็ตาม เพราะผู้พิจารณาไม่ใช่รัฐบาลไทย แต่รัฐบาลจะจัดทำข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดการดำเนินงานต่าง ๆ ให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และความต้องการของคณะกรรมการผู้พิจารณา