
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งออสเตรเลีย (ATSB) เปิดเผยว่า เกือบเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อเครื่องบินโดยสาร A320 ของสายการบินเจ็ทสตาร์ ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดของออสเตรเลีย และเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของกาตาร์แอร์เวย์ส สายการบินแห่งชาติของกาตาร์ เกือบจะชนกันบนลานจอดที่สนามบินนานาชาติซิดนีย์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย แต่เลี่ยงกันไปได้อย่างหวุดหวิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์(9 ส.ค.)นี้ ซึ่งส่งผลให้มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 1 ราย
ATSB ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเครื่องบินโดยสารของ เจ็ทสตาร์ กำลังวิ่งเพื่อเตรียมขึ้นบินที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองโกลด์โคสต์ ในรัฐควีนส์แลนด์ เมื่อลูกเรือสังเกตเห็นเครื่องบินของกาตาร์แอร์เวย์สซึ่งกำลังถูกลากจูงมาโดยรถลากเครื่องบินในระยะประชิดบริเวณทางขับที่ตัดผ่านกัน
“เครื่องบินทั้งสองลำหยุดกะทันหัน” ATSB ระบุและว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีลูกเรือรายหนึ่งบนเครื่องของเจ็ทสตาร์ได้รับบาดเจ็บ และจุดเชื่อมต่อระหว่างล้อหน้าของเครื่องบินของกาตาร์แอร์เวย์สกับรถลากเครื่องบินได้รับความเสียหาย
ด้านเจ็ทสตาร์ระบุว่า กำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และว่า “เครื่องบินของเราปฏิบัติตามคำสั่งของหอบังคับการบิน แต่แล้วนักบินจำเป็นต้องเบรกอย่างกะทันหันหลังจากมีเครื่องบินอีกลำหนึ่งเข้ามาในระยะประชิด” โฆษกของเจ็ทสตาร์ระบุ
ขณะที่กาตาร์ แอร์เวย์ส ยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องของรอยเตอร์ในทันทีที่ได้ขอความเห็นในเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้าน Airservices Australia หน่วยงานรัฐบาลกลางของออสเตรเลียที่รับผิดชอบด้านการจัดการจราจรทางอากาศระบุว่า หลังเกิดเหตุทางหน่วยงานได้นำมาตรการเว้นระยะห่างในการออกเดินทางมาใช้ที่สนามบิน เพื่อบริหารจัดการความต้องการด้านการบินและการออกเดินทางอย่างปลอดภัย แต่ทางหน่วยงานยังไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
เหตุการณ์เครื่องบินเกือบชนกันครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สนามบินซิดนีย์ประสบปัญหาความล่าช้าเป็นวงกว้าง หลังจาก Airservices Australia นำมาตรการเดียวกันนี้มาใช้โดยระบุว่าเป็นเพราะข้อจำกัดด้านตารางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ




