
จากกรณีกิจกรรมเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง ส.ว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงเส้นทางการเงินในกระบวนการโกง ส.ว. 4 พื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ จ.อำนาจเจริญ พบการโอนเงินจาก นางสาว ญ. ซึ่งเป็น ส.อบจ.กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ โดยก่อนจะเป็น ส.อบจ.พบว่า นางสาว ญ. เป็นทีมงานของนางสุขสมรวย วันทนียกุล ไปยังนาย ส. พนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. วงเงิน 860,000 บาท จำนวน 13 ครั้ง ช่วงเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 ซึ่งคาบเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.
กระทั่ง กกต.ออกแถลงการณ์ยอมรับ มีเจ้าหน้าที่รับเงิน 8.6 แสนบาทจริง ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่างวันที่ 7 เมษายน-22 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว. เบื้องต้นสำนักงาน กกต.ได้สั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตอบโต้แถลงการณ์ของ กกต. พร้อมตั้งคำถามอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากคำชี้แจงยังไม่ละเอียดครบถ้วน
นายพริษฐ์ระบุว่า แถลงการณ์ล่าสุดของ กกต. (ตามภาพที่แนบมา) เป็นการยืนยันว่า เส้นทางการเงินที่ถูกโอนจากนักการเมืองสีน้ำเงิน จ.อำนาจเจริญ ไปที่พนักงานสืบสวนของ กกต. ยอดรวม 860,000 บาท ช่วง เม.ย.-ก.ค. 67 มีอยู่จริง
แม้ กกต.ชี้แจงว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนเงิน (เม.ย.-ก.ค.67) พนักงานสืบสวนคนดังกล่าว ถูกมอบหมายให้ไต่สวนสำนวนที่เกี่ยวกับ “การเลือกตั้ง สส.”, อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าการโอนเงินดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเลือก ส.ว. เนื่องจากกระบวนการเลือก ส.ว. เกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าวแบบพอดิบพอดี (พ.ค.-มิ.ย. 67) และบทบาทของ กกต.ย่อมส่งผลสำคัญต่อการจัดการเลือก ส.ว. ให้มีความสุจริต-เที่ยงธรรม รวมถึงการป้องกันและการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในการเลือก ส.ว.
เพื่อให้เกิด “ความโปร่งใส” (ซึ่ง กกต. ยืนยันในช่วงท้ายของแถลงการณ์ว่าเป็นสิ่งที่ กกต. “ให้ความสำคัญสูงสุด”) ผมจึงมีคำถามเพิ่มเติมต่อ กกต. ดังต่อไปนี้ :
1.ตกลงแล้ว การโอนเงิน 860,000 บาทนั้น เป็นการโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?
2.ตกลงแล้ว กกต.ยืนยันใช่หรือไม่ ว่าได้สอบสวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ว่าการโอนเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเลือก ส.ว.?
3.สำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ที่พนักงานสืบสวนคนดังกล่าวรับผิดชอบอยู่ในขณะที่ได้รับโอนเงิน เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งไหน ในเขตเลือกตั้งใด และเกี่ยวข้องกับผู้สมัครคนไหน?
4.กกต.ชี้แจงว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่ออนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน เพื่อพิจารณามีมติต่อไป – คำถามคือเหตุใด กกต.ถึงยังไม่สามารถมีมติเกี่ยวกับผลการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว?
5.กกต.ชี้แจงว่าพนักงานสืบสวนคนดังกล่าว พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว – คำถามคือ เหตุอื่นที่ว่านี้คือเหตุอะไร และบุคคลดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานไปเมื่อไหร่?
6.กกต.ได้สอบสวนผู้ที่เป็นฝ่ายโอนเงินหรือไม่ ว่ามีการกระทำผิดใดๆหรือเปล่า?
7.กกต.จะเปิดเผยผลการสอบสวนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะหรือไม่ และเมื่อไหร่?
นอกจากรอคำชี้แจงจาก กกต.ต่อคำถามดังกล่าว ผมอยากชวนให้สังคมต้องข้อสังเกต ว่าในเมื่อ กกต.เองยอมรับว่าหลักฐานใหม่ที่ผมนำเสนอบนเวทีวิปฝ่ายค้านเมื่อวันอาทิตย์ เรื่องเส้นเงินใน 4 จังหวัด (นครพมม ลำพูน สงขลา อำนาจเจริญ) อยู่ในสำนวนของ กกต. แล้ว :
– 1.ทั้งหมดนี้ (รวมถึงหลักฐานอื่นๆ เรื่องโพย-บัตรเลือกตั้ง-การนัดหมาย) ยังไม่นับเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วหรือ ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลตรวจสอบให้สิ้นข้อสงสัยและตัดสิน?
– 2. อนุฯ วินิจฉัย ชุดที่ 36 ของ กกต. ทำงานกันอย่างไร ถึงได้มีมติว่าในบรรดาผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่เข้าถึงหลักฐานทั้งหมดในสำนวน?





