สกด ร้านอาหารไทยสุดโฮมมี่ ชวนมากินสำรับแดนใต้ ที่ชูโรงด้วยมะพร้าว

ถ้าถามว่าอาหารไทยหนึ่งมื้อจะพา ‘มะพร้าว’ ไปได้ไกลแค่ไหน เราว่า สกด (Sakot) น่าจะเป็นหนึ่งในร้านที่ตอบคำถามนี้ได้สนุกดี

ร้านอาหารไทยเล็กๆ ในหมู่บ้านร่วมจิตร สุขุมวิท 22 แห่งนี้ เปิดมาได้ประมาณ 8 เดือน โดยมี เชฟแตงกวา-รุจิรา วิเศษนอก Head Chef เป็นคนดูแลเรื่องอาหาร และเมื่อได้โจทย์ให้ทำร้านอาหารไทย เชฟก็เลือกหยิบวัตถุดิบที่ตัวเองชอบและคุ้นเคยอย่าง ‘มะพร้าว’ มาเป็นหัวใจของร้าน

เพราะสำหรับเชฟ มะพร้าวไปได้ไกลกว่าแกงกะทิหรือขนมหวานมาก ที่นี่เราเลยได้เห็นตั้งแต่มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก่ เนื้อ น้ำ กะทิ ไปจนถึงส่วนที่ปกติเราอาจไม่ทันคิดว่าจะเอามาทำอะไรต่อได้

อย่างมะพร้าวที่หวานไม่พอ ร้านก็เอาไปหมักเป็น น้ำส้มสายชูมะพร้าว สำหรับทำน้ำยำหรือดองกระเทียมโทน ส่วนกากมะพร้าวก็นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรมควันอาหาร ขณะที่มะพร้าวบางส่วนยังมาจากสวนของคุณตาคุณยายของเชฟเอง

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่า สำหรับสกดแล้ว มะพร้าวไม่ใช่แค่วัตถุดิบหนึ่งอย่างที่ต้องมีอยู่ในทุกจาน แต่เป็นเหมือนโจทย์ที่ร้านหยิบมาทดลองใหม่อยู่เรื่อยๆ ว่า มะพร้าวหนึ่งลูกจะไปอยู่ตรงไหนในอาหารไทยได้อีกบ้าง

อีกความสนุกของสกดคือเราไม่ได้กลับมาแล้วเจออาหารชุดเดิม เพราะทุกๆ 3 เดือน ร้านจะเปลี่ยนสำรับและหยิบอาหารจากภูมิภาคต่างๆ ของไทยมาเล่าใหม่ ตั้งแต่เหนือ อีสาน และรอบล่าสุดที่เดินทางลงใต้กับสำรับ ‘ร้อนแรง แดนใต้’

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 1

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 2

โจทย์ยังเหมือนเดิม คือมองหาวิธีพามะพร้าวเข้าไปอยู่ในอาหารของแต่ละภูมิภาค เพียงแต่ต้องไม่ทำให้คาแรกเตอร์ของอาหารพื้นที่นั้นหายไป และพอมาถึงอาหารใต้ เหมือนมะพร้าวจะได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคยพอดี

มื้อนี้เราเลยได้เจอทั้งเครื่องแกง กะปิ ขมิ้น พริก และมะพร้าวในหลายรูปแบบ ตั้งแต่รสหอมมันที่ช่วยประคองความเผ็ด ไปจนถึงส่วนประกอบเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละจาน

แต่ถ้ากำลังคิดว่าอยู่สุขุมวิทแล้วร้านน่าจะลดความเผ็ดของอาหารใต้ลงสักหน่อย เชฟบอกกับเราตรงๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มกินว่า รอบนี้ “ไม่ยั้งมือ” กินไปสักพักก็รู้ว่าเชฟไม่ได้พูดเล่น

ซึ่งเชฟเรียกวิธีทำอาหารของสกดว่า Home Cooked ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่อาหารง่ายๆ ที่ทำกินกันในบ้าน แต่คืออาหารที่อยากให้กินแล้วรู้สึกอิ่มใจ เหมือนเวลามีคุณยายทำกับข้าวรออยู่ที่บ้าน

เพราะแบบนั้น อาหารของที่นี่จึงมาในรูปแบบสำรับแชร์กันมากกว่า ให้ทุกคนตักแบ่งกัน จานนี้คำหนึ่ง สลับกับอีกจานหนึ่ง มากกว่าการกินเรียงทีละจาน และแม้บางเมนูจะมีเทคนิคจากประสบการณ์ในครัวญี่ปุ่นของเชฟเข้ามาช่วย แต่เชฟไม่ได้มองว่าเป็นฟิวชัน เพียงหยิบเทคนิคเหล่านั้นมาช่วยเล่าอาหารไทยให้ร่วมสมัยขึ้น โดยยังไม่ทิ้งรสและที่มาของอาหารจานนั้น

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 3

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 4

The Vibe

 
ก่อนจะถึงอาหาร เราชอบความรู้สึกของสกดที่ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นร้านอาหารไทยจริงจังจนเข้าถึงยาก ตัวร้านซ่อนอยู่ในบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านร่วมจิตร สุขุมวิท 22 บรรยากาศค่อนข้างสงบและเป็นกันเอง พอเดินเข้ามาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนถูกชวนมากินข้าวที่บ้านใครสักคน

บรรยากาศของค่อนข้างสบายๆ และเป็นกันเอง ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนเขียว-ขาวเป็นหลัก มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผ้าม่าน และจานเซรามิกสีเขียว

อีกมุมที่เราชอบคือ ครัวเปิดด้านในที่ทำให้ระหว่างกินเรามองเห็นเชฟและทีมกำลังเตรียมอาหารอยู่ตลอด แต่ไม่ได้เป็น Open Kitchen แบบที่ต้องนั่งรับทั้งความร้อนหรือกลิ่นจากครัว เพราะมีกระจกกั้นระหว่างพื้นที่ทำอาหารกับห้องเอาไว้ เลยได้ทั้งความรู้สึกใกล้ชิดกับครัว เห็นว่าแต่ละจานกำลังถูกทำอย่างไร ขณะเดียวกันก็นั่งกินข้าวกันได้สบายๆ เหมือนเดิม

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 5

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 6

The Taste

สำรับ ‘ร้อนแรง แดนใต้’ รอบนี้มีอาหารคาว 10 เมนู และของหวานอีก 2 เมนู โดยทุกจานจะมี มะพร้าว เข้าไปเป็นส่วนประกอบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางจานเห็นชัด บางจานก็แอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ แม้แต่ข้าวหอมมะลิที่เสิร์ฟคู่กันก็ยังใช้น้ำมะพร้าวหุง ทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมและรสหวานอ่อนๆ

ซึ่งอาหารทั้งหมดจะยกมาเสิร์ฟเป็น สำรับตามวัฒนธรรมการกินแบบไทย คือวางหลายๆ อย่างกลางโต๊ะแล้วตักแบ่งกัน จานหนึ่งเผ็ด อีกจานมัน อีกจานช่วยตัดรส กินสลับกันไปแล้วแต่ใครจะจับคู่อะไรกับอะไร

เชฟจะจัดปริมาณอาหารมาให้พอดีกับจำนวนคนในโต๊ะ เพราะฉะนั้นมากันสองคนกับสี่คน ขนาดของแต่ละจานก็จะต่างกันไป และถ้ากินแล้วติดใจจานไหน หรืออยากลองเมนูอื่นเพิ่ม ก็สามารถสั่งเพิ่มนอกสำรับได้

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 7

เริ่มต้นด้วยอะไรสดชื่นอย่าง ยำมังคุดคัด จากนั้นความใต้เริ่มชัดขึ้นกับ ต้มหมึกน้ำดำ หมึกไข่เนื้อเด้งในน้ำซุปสีเข้ม แต่รสกลับมีความสดและเผ็ดขึ้นมาจากตะไคร้กับพริก ให้ความรู้สึกคล้ายต้มยำน้ำใสในอีกเวอร์ชันหนึ่ง

แล้วความเผ็ดก็เริ่มเดินทางมาถึงจริงๆ หนึ่งในจานที่เราอยากให้ลองคือ แกงคั่วปลาดุกทะเลใส่เหมงพร้าว ซึ่งเป็นจานโปรดของเชฟเอง และเป็นอาหารที่เชฟเล่าว่าคุ้นเคยกันดีในภาคใต้

ความน่าสนใจอยู่ที่คำว่า ‘เหมงพร้าว’ หรือกะลาอ่อนของมะพร้าวที่ถูกหยิบมาใส่ในแกง ทำให้จานนี้เห็นภาพความตั้งใจของสกดได้ค่อนข้างชัด เพราะแทนที่จะใช้แค่กะทิ ร้านกลับมองลึกลงไปว่ามะพร้าวยังมีส่วนไหนที่เอามาอยู่ในอาหารได้อีก

ความเผ็ดของมื้อนี้ยังไปต่อกับ แกงเหลืองปลาประจำวัน ที่ร้านจะเลือกใช้ปลาตามวัตถุดิบที่ได้ในวันนั้น รสแกงมาแบบเปรี้ยว เผ็ด และจัดจ้านตามที่เชฟบอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าไม่ยั้งมือ เป็นอีกจานที่ต้องมีข้าวอยู่ใกล้ๆ

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 8

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 9

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 10

ส่วนใครชอบเครื่องแกงหนักๆ มี แกงคั่วเนื้อน่องลาย ที่ความเผ็ดของเครื่องแกงใต้มาเต็มตามที่เชฟเตือนไว้ เนื้อน่องลายถูกเคี่ยวจนค่อนข้างนุ่ม และเป็นหนึ่งในจานที่เราต้องตักข้าวตามแทบทุกคำ

ส่วน ยำชะครามก้ามปูอ่อน เป็นอีกจานที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะ ชะครามมีรสเค็มอ่อนๆ ในตัว มากับก้ามปูอ่อนและน้ำยำรสจัด กินแล้วได้ทั้งความสด ความกรุบ และรสทะเลอยู่ในคำเดียว

แต่สิ่งที่ทำให้มื้อนี้กินสนุกคือร้านไม่ได้ปล่อยให้เราเผ็ดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ บนโต๊ะยังมี น้ำพริกหัวครกและน้ำชุบหยำ มากับผักและกุ้งแพทอด รวมถึง ใบเหลียงผัดไข่ และ หมูหวานส้มซ่า ที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะของรสชาติ อีกจานที่เราชอบไอเดียคือ ไข่ตุ๋นไก่ต้มขมิ้น

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 11

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 12

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 13

แล้วสุดท้ายก็กลับมาที่มะพร้าว ผ่านความเผ็ดมาทั้งมื้อ ของหวานสองอย่างเหมือนพาเรากลับมายังจุดเริ่มต้นของสกดอีกครั้ง มีทั้ง โอ้เอ๋วน้ำตาลมะพร้าวน้ำแข็งไส ที่ได้ความหอมจากน้ำตาลดอกมะพร้าวและกลิ่นผิวมะกรูด ช่วยรีเฟรชปากหลังจากเครื่องแกงมาตลอดมื้อ และ สาคูกับไอศกรีมมะพร้าวเผา

พอกินครบทุกจาน เราเลยรู้สึกว่าสิ่งที่สกดกำลังทำไม่ใช่แค่พยายามใส่มะพร้าวลงไปในอาหารให้ได้เยอะที่สุด แต่กำลังลองมองวัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยมากๆ ด้วยวิธีที่ต่างออกไป

ภาพสำรับอาหารใต้หลากหลายเมนูจากร้านสกด ที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ 14

Good for

คนที่ชอบอาหารใต้และพร้อมรับความเผ็ดแบบจัดเต็ม รวมถึงคนที่ชื่นชอบการกินอาหารไทยในรูปแบบสำรับ เพราะมื้อนี้ไม่ได้มีพระเอกอยู่แค่จานเดียว แต่ความสนุกคือการตักหลายๆ อย่างมากินสลับกัน แล้วค่อยค้นพบว่าจานไหนเข้าคู่กับอะไร

ส่วนใครที่สนใจวัตถุดิบไทย เราว่าสกดก็น่ามาลองสักครั้ง เพราะหนึ่งมื้อทำให้เราเห็นมะพร้าวตั้งแต่สิ่งที่คุ้นเคยอย่างกะทิและเนื้อมะพร้าว ไปจนถึงน้ำส้มสายชู กาก และกะลาอ่อน และถ้าเคยมากินสกดในสำรับก่อนหน้าแล้ว รอบนี้ก็เป็นอีกเหตุผลให้กลับมา เพราะแต่ละช่วงร้านจะหยิบอาหารจากภูมิภาคต่างๆ มาเล่าใหม่ โดยสำรับนี้เสิร์ฟถึงวันที่ 30 กันยายน ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่สำรับถัดไป

สกด (Sakot)

Location: หมู่บ้านร่วมจิตร ซอยสุขุมวิท 22

Open: เปิดบริการเฉพาะวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ เวลา 17.00-22.30 น. (หยุดวันจันทร์-วันพุธ)

Contact: Sakot Bangkok 

Parking: สามารถจอดรถได้ที่ อมรสุขแมนชั่น**
Budget:** ราคา 1,350++ บาทต่อคน