ปลัดคลัง รับเงินกู้ 2 แสนล้านหลัง ไม่มีรายละเอียด เพราะยังไม่มีคนเสนอมา ลั่นมีใบสั่งเดียวคือ ‘เอกนิติ’

ปลัด ก.คลัง ยอมรับ เงินกู้ 2 แสนล้านหลัง ยังไม่มีรายละเอียดโครงการ จนกว่าจะมีการเสนอมา ยัน แต่ละโครงการต้องผ่านหลักเกณฑ์เข้มข้น ลั่นมีใบสั่งเดียวคือ “รองนายกเอกนิติ”

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท

จากนั้นเวลา 20.00 น. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ชี้แจงว่า วิธีการทำงานของคณะกรรมการฯ เพื่อที่สมาชิกจะได้มีความคลายกังวล และสบายใจมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่ว่าไม่มีรายละเอียด ไม่ตอบโจทย์ ไม่จำเป็น ขอเรียนว่าวันนี้การกลั่นกรองของคณะกรรมการฯไม่ได้กลั่นกรองที่คณะกรรมการฯของเราชุดเดียว เราเห็นความจำเป็น และเห็นประโยชน์ของความรอบคอบของการพิจารณาจึงมีการตั้งอนุกรรมการกันกรองขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายมากขึ้น มีหน้าที่กลั่นกรองในเบื้องต้นก่อนที่จะส่งมาที่คณะกรรมการฯ เราเชื่อมั่นว่าเราพิจารณาอย่างรอบคอบโปร่งใส

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ส่วนที่สมาชิกพูดว่าไม่มีรายละเอียดของโครงการ ก็ไม่มีจริงๆ เพราะโครงการยังไม่ได้เสนอมา เมื่อโครงการเสนอมา รายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนและประกาศอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ตนเชื่อว่าหลายหน่วยงานกำลังปรับปรุงโครงการที่ตั้งใจจะเสนอเพื่อให้สอดค้องกับหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งหลักเกณฑ์ที่คณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการฯ ใช้พิจารณาจะมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าที่อยู่ในตัว พ.ร.ก.

Advertisement

นายลวรณ กล่าวต่อว่า โดยจะต้องเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณหรือได้รับการจัดสรรที่ไม่เพียงพอหรือมีเกณฑ์ที่ต้องมีความพร้อมแซงสามมาสดำเนินการได้ทันทีหลังจากได้รับการอนุมัติและจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 จะต้องเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ก. และต้องเป็นโครงการแซงกี้มีการคำนึงถึงประสิทธิภาพประสิทธิผลรวมถึงความต้องการของประชาชนและชุมชนที่สำคัญจะต้องเป็นโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทย

นายลวรณ กล่าวว่า อาจจะมีหลายโครงการที่เสนอเข้ามาจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ยันว่าทุกโครงการไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติ เพราะทุกโครงการที่เสนอเข้ามาจะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการกลั่นกรองตามเกณฑ์อย่างเข้มข้นและหลังจากผ่านการกันกองแล้วขอยืนยันว่า พ.ร.ก.นี้ เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส นอกจากนั้นยังมรคณะกรรมการประเมินผลจะเป็นคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งที่มีความเป็นอิสระ โดยตัวประธานจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภายนอก เพราะฉะนั้นการประเมินผลตนเชื่อว่าเป็นไปอย่างมืออาชีพถูกต้องเพื่อแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการประเมินผลโครงการในการใช้จ่ายเงินกู้ครั้งนี้

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า สมมุติว่าพ.ร.ก.เงินกู้ผ่านวันนี้ ได้ตัดตอนความเชื่อมโยงกับสภา เพราะใน พ.รก.ให้กระทรวงการคลังต้องรายงานการกู้เงินให้รัฐสภาทราบโดยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นงบประมาณ

“มีสมาชิกหลายท่าน แสดงความกังวลในเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ว่าจะมีความเป็นอิสระหรือไม่ ท่านใช้คำว่าใบสั่งทางการเมือง ขอเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ใบสั่งทางการเมืองที่ผมได้รับมา มีใบสั่งเดียวจากท่านรองนายกเอกนิติ ว่าขอให้คณะกรรมการทำงานด้วยความโปร่งใส และทุกโครงการที่ผ่านการพิจารณาต้องแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการใช้เงินที่ใช้ไปอย่างแท้จริง ขอยืนยันอีกครั้งว่าทุกโครงการที่จะผ่านการกันกองจะต้องเป็นโครงการที่ตรงตามเจตนารมย์ของ พ.ร.ก.และตอบโจทย์ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานอย่างแท้จริง” นายลวรณ กล่าวว่า

นายลวรณ กล่าวต่อว่า ผลลัพธ์จริงๆ ที่เราอยากจะเห็นของโครงการต่างๆที่ผ่านการกลั่นกองของคณะกรรมการฯ เราอยากเห็นว่าหากเกิดวิกฤติพลังงานในครั้งต่อไปใน 2 เรื่องคือ 1.ประเทศไทยคงต้องรับมือดีกว่าเดิม และ 2.ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจะต้องน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด