
ศิริกัญญา กังขา พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เร่วด่วนตามที่ขอ ผ่านมา 4 เดือน อนุมัติโครงการเดียวคือ ไทยช่วยไทยพลัส ชี้ ต้องจ่ายหนี้ปีละหมื่นล้าน ด้าน ลวรณ รับ เงินกู้ 2 แสนล้านหลัง ยังไม่มีรายละเอียดโครงการ จนกว่าจะมีการเสนอมา ยัน แต่ละใครการต้องผ่านหลักเกณฑ์เข้มข้น ลั่นมีใบสั่งเดียวคือ “รองนายกเอกนิติ”
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า เรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลชอบอ้างถึงนั้น เช่น งบกลางเหลือน้อย โอนงบได้แล้วไม่เพียงพอ งบปี 2570 ต้องรอถึงเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งช้าเกินไปและปรากฏว่าจนถึงวันนี้อีก 1 เดือนข้างหน้างบประมาณปี 2570 ก็กำลังจะออกแล้ว ใช้ระยะเวลายาวนานมากที่คณะกรรมการกลั่นกองอนุมัติผ่านหนึ่งโครงการ ผ่านมา 4 เดือนเพิ่งจะอนุมัติผ่านได้ 1 โครงการคือโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เหลือยังไม่มีอะไรออกมา แล้วจะมาอ้างว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ถูกต้องแล้วหรือไม่
หรือท่านอาจจะอ้างว่างบประมาณปี 2570 ก็ไม่ได้มีพื้นที่ทางงบประมาณมากที่จะสามารถนำไปใช้อะไรต่างๆ เช่นนั้นได้มีทางเลือกอีกหนึ่งทางคือออกเป็น พ.ร.บ.ตามปกติที่มีรายละเอียดแผนงานโครงการครบถ้วน แล้วนำมาผ่านสภาแห่งนี้ให้เพื่อนสมาชิกได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งสามารถทำได้และมีกฎหมายรองรับ
“ไม่ทราบว่ากลัวอะไร มีเสียงข้างมากในสภาล้นหลามกันเช่นนี้กลัวอะไรกับการออกพ.ร.บ. เพราะจนถึงป่านนี้ก็ยังคิดไม่เสร็จว่าสรุปแล้วแผนงานเปลี่ยนผ่านพลังงานจะทำอะไรกันแน่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจกำลังถูกสั่นคลอนโดย พ.ร.ก.ฉบับนี้ หากเราจะต้องเอาประเทศเข้าไปเสี่ยง เอาเศรษฐกิจไทยเข้าไปเสี่ยง ให้หนี้สาธารณสูงถึง 69.4% ที่อยู่บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจโตปีละ 2.5 แล้วเงินเฟ้อจะโต 2.2% หากอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เป็นไปตามเป้ารับรองว่าทะลุเพดานที่ 70% แน่ๆ“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ชี้ รัฐต้องจ่ายดอกปีละหมื่นล้าน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงความไม่มั่นคงจะเกิดขึ้นอีก เพราะจะไปเพิ่มภาระงบประมาณในเรื่องของดอกเบี้ยอีกปีละ 1 หมื่นล้านบาท เป็นอย่างต่ำ หากมีการกู้จนครบ 4 แสนล้านบาท แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆ ว่าจะใช้คืนหนี้ว่าจะต้องทำอย่างไร และหากในปี 2570 เศรษฐกิจไม่โตเช่นนั้นและเงินเฟ้อไม่ได้สูงเช่นนั้น แล้วสัดส่วนหนี้สาธารณะทะลุ 70% ท่านจะมีแผนรองรับอย่างไร สุดท้ายจะต้องมีการไปขยายกรอบวินัยการเงินการคลังใช่หรือไม่ ท่านจะพาประเทศเข้าไปเสี่ยงกับพ.ร.ก.ฉบับนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ชอบมาพากลเต็มไปหมด อยู่ๆ เราจะมาเพิ่มภาระหนี้โดยไม่มีจุดมุ่งหมายไปทำไม

ดักคอแปลงงบเปลี่ยนผ่าน เป็นไทยช่วยไทยพลัส เฟส2
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าท่านจะโอนเงินที่จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2.5 หมื่นล้านบาทมาโปะกับ 2.5 หมื่นล้านบาทรวมเป็น 5 หมื่นล้านบาท แล้วออกเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ช่วยได้ด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัสจริงหรือ นี่เป็นความพยายามที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัสจริงหรือ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ขณะที่เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ก็ยังไม่มีแผนที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เช่น โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ แล้วกลายมาเป็นโครงการรถสาธารณะเก่าแลกรถใหม่ที่เป็นอีวี และที่ท่านบอกว่าการที่จะนำไปซื้อของนั้นเลิกแล้ว พอแล้ว ไม่เอาแล้ว ตนก็สาธุอนุโมทนา ขอให้เกิดขึ้นจริง เพราะว่ามันน่ากลัวมากกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่หน่วยงานราชการต่างๆ ทำโครงการขึ้นมาเพื่อขอซื้อของจำนวนมาก
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า เมื่อตนไปเปิดดูหนังสือเวียนก็พบว่ามีเป็นแคตตาล็อกมาให้หน่วยงานท้องถิ่นส่งโครงการต่างๆ ซึ่งมีตัวอย่างโครงการมาให้เช่น เสาไฟโซลาร์ ลานกีฬาโซลาร์ บาดาลโซลาร์ ถังออกซิเจนโซลาร์ ซึ่งถือว่าน่ากลัวมาก ขอให้หนังสือเวียนยกเลิกแล้ว ยกเลิกเลย ขอให้ไม่เวียนกลับมาอีก และตอนที่หนังสือเวียนออกมา ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ไม่เห็นต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็ม ตอนนั้นหลักเกณฑ์การขอโครงการยังไม่ออกมาด้วยซ้ำ ยังไม่รู้ด้วยว่าโครงการแบบไหนจะได้หรือโครงการแบบไหนจะไม่ได้ แต่กระทรวงมหาดไทยรู้แล้วว่าจะให้โครงการแบบไหนเพราะกว่าจะออกเกณฑ์ก็ประมาณวันที่ 26 มิถุนายน 2569
“ที่คณะกรรมการกลั่นกรองยังไม่อนุมัติสักโครงการ ไม่ใช่เป็นเพราะแผนการเปลี่ยนผ่านยังไม่เสร็จ แต่ยังตกลงค่าหัวคิว เงินทอนกันยังไม่เสร็จ ไม่จบใช่หรือไม่ ดิฉันภาวนาให้เป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยเปิดเผยข้อมูลออกมาว่าโครงการทั้งหมดจะต้องอนุมัติผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 จะเป็นไปได้จริงๆ ใช่หรือไม่ เพราะถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีความคืบหน้าแบบเป็นรูปธรรม ยิ่งตอกย้ำว่าโครงการเหล่านี้ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนเพียงพอที่จะต้องข้ามกระบวนการงบประมาณปกติตั้งแต่แรก เพราะมีการไร้แผนและไร้เป้าหมายมีการกำหนดหลักเกณฑ์แบบกว้างๆ จึงทำให้ทำให้ไม่สำเร็จสักที“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
แฉ ส่วนกลางหักหัวคิว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า เดิมจะมีการล็อกวงเงินการของใครของมัน แล้วหัวคิวจะไปถูกหักที่หน่วยรับงบ แต่รอบนี้หัวคิวจะถูกหักจากส่วนกลางผ่านบริษัทที่มารับงาน ที่มีการลดสเป็กล้อกันไปที่รหัสบัญชีนวัตกรรมว่าใครรับผิดชอบรหัสไหน แล้วจะได้เงินทอนเท่าไหร่ แล้วค่อยมาแบ่งกันอีกครั้ง ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ตอนวินิจฉัยเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตออกมาเสนอแนะต่างๆ แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ยินเสียง ป.ป.ช.เลย เงียบมาก ไม่มีข้อเสนอแนะใดๆ ในการป้องกันการทุจริตจากการใช้เงินงบประมาณในการเปลี่ยนผ่านพลังงานในรอบนี้เลย จึงขอฝากไปยัง ป.ป.ช.ให้รีบๆ เพราะเหลืออีกแค่หนึ่งเดือนทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
“ย้ำว่าเราไม่ได้มีปัญหาในการกู้เงินมาเยียวยาประชาชนเราเห็นด้วย แต่เราอยากเห็นโครงการที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้มีโครงการประเภทเดียวที่เป็นสารพัดนึกนึกอะไรไม่ออกก็คนละครึ่ง เราเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานแต่เราอยากเห็นโครงการที่มีรายละเอียดมีกระบวนการกลั่นกรองที่ชัดเจนมีแผนงานและมีการตั้งเป้าผ่านกระบวนการทุกอย่างอย่างถูกต้องในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา เราขอแค่นี้เองมันเป็นคำขอที่เรียบง่ายเพราะแต่ในท้ายที่สุดเรากลับไม่ได้สิ่งเหล่านั้น ฉะนั้นดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับพ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ลวรณ รับ ไม่มีรายละเอียดโครงการ เพราะยังไม่ไม่ได้เสนอ
ต่อมา นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ชี้แจงว่า วิธีการทำงานของคณะกรรมการฯ เพื่อที่สมาชิกจะได้มีความคลายกังวล และสบายใจมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่ว่าไม่มีรายละเอียด ไม่ตอบโจทย์ ไม่จำเป็น
ขอเรียนว่าวันนี้การกลั่นกรองของคณะกรรมการฯไม่ได้กลั่นกรองที่คณะกรรมการฯของเราชุดเดียว เราเห็นความจำเป็น และเห็นประโยชน์ของความรอบคอบของการพิจารณาจึงมีการตั้งอนุกรรมการกันกรองขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายมากขึ้น มีหน้าที่กลั่นกรองในเบื้องต้นก่อนที่จะส่งมาที่คณะกรรมการฯ เราเชื่อมั่นว่าเราพิจารณาอย่างรอบคอบโปร่งใส
ส่วนที่สมาชิกพูดว่าไม่มีรายละเอียดของโครงการ ก็ไม่มีจริงๆ เพราะโครงการยังไม่ได้เสนอมา เมื่อโครงการเสนอมา รายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนและประกาศอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ตนเชื่อว่าหลายหน่วยงานกำลังปรับปรุงโครงการที่ตั้งใจจะเสนอเพื่อให้สอดค้องกับหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งหลักเกณฑ์ที่คณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการฯ ใช้พิจารณาจะมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าที่อยู่ในตัว พ.ร.ก.
โดยจะต้องเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณหรือได้รับการจัดสรรที่ไม่เพียงพอหรือมีเกณฑ์ที่ต้องมีความพร้อมแซงสามมาสดำเนินการได้ทันทีหลังจากได้รับการอนุมัติและจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 จะต้องเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ก. และต้องเป็นโครงการแซงกี้มีการคำนึงถึงประสิทธิภาพประสิทธิผลรวมถึงความต้องการของประชาชนและชุมชนที่สำคัญจะต้องเป็นโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทย
อาจจะมีหลายโครงการที่เสนอเข้ามาจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ยันว่าทุกโครงการไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติ เพราะทุกโครงการที่เสนอเข้ามาจะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการกลั่นกรองตามเกณฑ์อย่างเข้มข้นและหลังจากผ่านการกันกองแล้วขอยืนยันว่า พ.ร.ก.นี้ เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส นอกจากนั้นยังมรคณะกรรมการประเมินผลจะเป็นคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งที่มีความเป็นอิสระ โดยตัวประธานจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภายนอก เพราะฉะนั้นการประเมินผลตนเชื่อว่าเป็นไปอย่างมืออาชีพถูกต้องเพื่อแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการประเมินผลโครงการในการใช้จ่ายเงินกู้ครั้งนี้
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า สมมุติว่าพ.ร.ก.เงินกู้ผ่านวันนี้ ได้ตัดตอนความเชื่อมโยงกับสภา เพราะใน พ.รก.ให้กระทรวงการคลังต้องรายงานการกู้เงินให้รัฐสภาทราบโดยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นงบประมาณ
ย้ำ คณะกลั่นกรองมีอิสระ
“มีสมาชิกหลายท่าน แสดงความกังวลในเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ว่าจะมีความเป็นอิสระหรือไม่ ท่านใช้คำว่าใบสั่งทางการเมือง ขอเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ใบสั่งทางการเมืองที่ผมได้รับมา มีใบสั่งเดียวจากท่านรองนายกเอกนิติ ว่าขอให้คณะกรรมการทำงานด้วยความโปร่งใส และทุกโครงการที่ผ่านการพิจารณาต้องแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการใช้เงินที่ใช้ไปอย่างแท้จริง ขอยืนยันอีกครั้งว่าทุกโครงการที่จะผ่านการกันกองจะต้องเป็นโครงการที่ตรงตามเจตนารมย์ของ พ.ร.ก.และตอบโจทย์ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานอย่างแท้จริง”นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวต่อว่า ผลลัพธ์จริงๆที่เราอยากจะเห็นของโครงการต่างๆที่ผ่านการกลั่นกองของคณะกรรมการฯ เราอยากเห็นว่าหากเกิดวิกฤติพลังงานในครั้งต่อไปใน 2 เรื่องคือ 1.ประเทศไทยคงต้องรับมือดีกว่าเดิม และ2.ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจะต้องน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด




