อุตสาหกรรมฟิตเนสและสุขภาพ (Wellness) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด นับตั้งแต่เฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาล มากกว่าช่วง 20 ปีมารวมกัน ปัจจัยหลักมาจากการที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกันและอายุยืนยาว (Longevity) ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาลไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ ตลาดเติบโตเฉลี่ยถึง 10% ต่อปี ทว่าการเติบโตนี้ก็มาพร้อมกับการแข่งขันที่ดุเดือด มีผู้เล่นหน้าใหม่และสตูดิโอขนาดเล็กเกิดขึ้นแทบทุกมุมถนน นำไปสู่สงครามราคาและการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
อย่างไรก็ตาม เบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำตลาด Boutique Fitness ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทได้สั่งสมความรู้และความเชี่ยวชาญจากการพัฒนาธุรกิจสุขภาพหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Absolute Sanctuary เวลเนสรีสอร์ตเฉพาะทาง ไปจนถึงบริการด้าน Movement ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลุ่ม จากประสบการณ์ดังกล่าวของบริษัทฯ จึงเตรียมรีแบรนด์ Absolute Boutique Fitness สู่ “Absolute Movement and Recovery” เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Yoga และ Pilates พร้อมเพิ่ม Movement Method ที่เกี่ยวข้องกับ Strength Training และบริการด้าน Recovery เพื่อช่วยให้สมาชิกพัฒนาสมรรถภาพได้อย่างรอบด้าน ทั้งสำหรับการออกกำลังกาย การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน เบญจพร ยังเปิดเผยถึงแนวคิดของการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปีอย่างน่าสนใจดังนี้
การยกระดับแบรนด์ จากการออกกำลังกาย สู่ “Movement & Recovery”
แม้ Absolute Group จะมีจุดแข็งด้านการออกกำลังกายที่ส่งเสริมสุขภาพระยะยาวอยู่แล้ว (เช่น โยคะ พิลาทิส ปั่นจักรยาน) แต่ตลาดปัจจุบันต้องการมากกว่านั้น กลยุทธ์แรกคือการรีแบรนด์และปรับคอนเซปต์สตูดิโอใหม่ โดยเพิ่มศาสตร์แห่งการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการหลัก เช่น Red Light Therapy, Contrast Therapy (การแช่น้ำเย็นสลับซาวน่า) โดยจะเริ่มนำร่องปรับปรุงและรีแบรนด์สาขา The Commons เป็นแห่งแรก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์รวม Movement & Recovery แบบครบจบในที่เดียว
กลยุทธ์แตกแบรนด์ เพื่อขยายฐานลูกค้า
เพื่อรับมือกับคู่แข่งหลากหลายระดับและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป Absolute Group ได้แตกแบรนด์ใหม่เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
- Pop Pilates (ป็อป พิลาทิส): แบรนด์ทางเลือกที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ First-jobber หรือผู้เริ่มต้น ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์แม่ (Absolute) เพื่อใช้ต่อสู้ในสมรภูมิสงครามราคา ปัจจุบันมี 4 สาขา และมีแผนขยายสาขาทั้งลงทุนเองและระบบแฟรนไชส์ (เช่น ขอนแก่น)
- The Reformer Society (TRS) อีกหนึ่งแบรนด์ที่เตรียมขยายสาขาเพื่อรองรับความต้องการในตลาดบูติกฟิตเนส โดยยกระดับ Reformer Pilates ให้มีความทันสมัย ผสมผสานหลักการของพิลาทิสเข้ากับการฝึกความแข็งแรง พร้อมจังหวะดนตรีและแสงไฟที่สร้างบรรยากาศการออกกำลังกายแบบ High-Energy พื้นที่ให้บริการจะลดสเกลขนาดห้องเพื่อให้บริการในพื้นที่ในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด
- AARMY Bootcamp โปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่มแนวบูตแคมป์สุดเข้มข้นจากนิวยอร์ก ก่อตั้งโดยโค้ชชื่อดังระดับโลก Akin Akman
โปรเจกต์ใหม่ “BELFINN Wellness Club” ยก Wellness Resort มาไว้ใจกลางเมือง
หัวหอกสำคัญในการสร้างการเติบโตในปี 2026-2027 คือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ BELFINN Wellness Club ซึ่งเป็น Wellness Club ระดับพรีเมียมขนาดกว่า 1,600 ตารางเมตร ณ โครงการ Dusit Central Park ซึ่งอยู่ในโซน Central Park Office ชั้น 7 โปรเจกต์นี้คือการนำคอนเซปต์ของ Absolute Sanctuary (รีสอร์ตสุขภาพที่สมุยซึ่งเปิดมา 18 ปี) มาปรับให้อยู่ใจกลางเมือง โดยมีแผนกำหนดการเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ภายใต้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
BELFINN Wellness Club จะเจาะกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อและต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว (Longevity) ภายในคลับจะแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่:
- Active Zone: พื้นที่ออกกำลังกาย Personal Training และ Group Class
- Recovery Zone: ห้องบำบัดด้วยความเย็น, ซาวน่า และอ่างน้ำร้อน
- Medical Wellness Zone: บริการทางการแพทย์เชิงไลฟ์สไตล์แบบไม่เจ็บปวด (Non-invasive) เช่น การดริปวิตามิน (IV Drip), การให้ฮอร์โมนทดแทน, ออกซิเจนบำบัด และไครโอเทอราพี (Cryotherapy) โดยมี Wellness Consultant คอยให้คำปรึกษาและวางแผนเป้าหมายสุขภาพรายบุคคล (Holistic Wellness)
ภาพรวมตลาดในอนาคตมีแนวโน้มแข่งขันสูงขึ้น จากเทรนด์การรักสุขภาพ
เบญจพร ยังประเมินว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมจะเข้าสู่ภาวะ Market Consolidation สตูดิโอขนาดเล็กหรือหน้าใหม่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินไปโดยไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง และใช้กลยุทธ์ตัดราคา จะทยอยปิดตัวลงเนื่องจากทนแบกรับต้นทุนไม่ไหว
เพื่อให้ Absolute Group สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด จึงได้วางกุญแจสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- บริหารจัดการฐานลูกค้าเดิมอย่างเข้มข้น ควบคุมต้นทุน โดยหันมาใช้ Data วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อรักษาฐานสมาชิกระดับพรีเมียมที่มีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 18,000 – 20,000 บาทต่อคนต่อปี ให้คงอยู่และพึงพอใจสูงสุด
- ขยายบริการในแนวกว้าง (Horizontal Growth) นำเสนอโมเดลธุรกิจใหม่ๆ (เช่น BELFINN, Pop Pilates) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มใหม่ๆ และเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายเพื่อไม่ให้ลูกค้าหลุดออกไปยังคู่แข่งรายอื่น
- การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศและต่างจังหวัด มุ่งเน้นการใช้ระบบแฟรนไชส์ที่ยังเข้มงวดในเรื่องคุณภาพ และบุคลากรในการบุกเบิกตลาดต่างประเทศและหัวเมืองใหญ่เพื่อลดความกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตแบบมั่นคง
ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้กว่า 700 ล้านบาท Absolute Group มีสาขาครอบคลุมทั้งไทยและต่างประเทศ โดย 9 สาขาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 5 สาขาในสิงคโปร์ และ 1 สาขาในฮ่องกง เพื่อให้เป้าหมายรายได้สู่ 1,000 ล้านบาทต่อปีภายในปี 2029 เราจึงต้องเร่งปรับตัวและวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ Medical Wellness ต่อไป
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา







