ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์

รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายห้ามการล่าวาฬเข้าสู่สภาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้ทั้งโลกเหลือเพียงนอร์เวย์และญี่ปุ่นเท่านั้นที่เป็นประเทศซึ่งยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์อยู่

รัฐบาลไอซ์แลนด์ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผ่านเว็บไซต์เมื่อคืนวันพุธ(9 ก.ย.)ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะรวมถึงการห้ามล่าวาฬอย่างถาวร หลังกิจกรรมการล่าวาฬในไอซ์แลนด์ได้ก่อให้เกิดกระแสประท้วงต่อต้านมาอย่างยาวนานทั้งจากกลุ่มรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์และเหล่าคนดังในวงการฮอลลีวูด

เวนดี ฮิกกินส์ โฆษกของกลุ่ม Humane World for Animals กล่าวว่า ร่างกฎหมายห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์ฉบับนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากทั้งจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน และมีเหตุผลอันหนักแน่นทั้งในด้านจริยธรรม สัตวแพทย์ กฎหมาย และการอนุรักษ์ ซึ่งเราหวังว่าร่างกฎหมายนี้จะประสบความสำเร็จ

ข้อมูลจาก Humane World for Animals ซึ่งเป็นกลุ่มด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่คอยติดตามสถิติการล่าวาฬระบุว่า ในฤดูกาลล่าวาฬปีนี้ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงราวปลายเดือนกันยายนนั้น ถึง ณ วันที่ 9 กันยายน มีการจับวาฬฟินไปแล้วจำนวน 80 ตัว โดยโควตาที่กำหนดไว้สำหรับฤดูกาลล่าในปีนี้อยู่ที่ 150 ตัว

Advertisement

ขณะที่ วาฬฟิน ซึ่งเป็นวาฬขนาดใหญ่ไม่มีฟันและตกเป็นเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมล่าวาฬในไอซ์แลนด์ ได้ถูกสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดสถานะว่าอยู่ในหมวดหมู่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์

ก่อนหน้านี้ในปี 2024 รัฐบาลรักษาการของไอซ์แลนด์ได้ออกใบอนุญาตระยะเวลา 5 ปี ให้กับบริษัทล่าวาฬเพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่ข้อมูลจากบัญชีรายชื่อการล่าวาฬของคณะกรรมาธิการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เหลือเพียงประเทศไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์

โดยนอร์เวย์ได้กลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้งในปี 1993 และไอซ์แลนด์ในปี 2006 แม้ว่าจะมีการประกาศระงับการล่าวาฬทั่วโลก (moratorium) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1986 เพื่อปกป้องประชากรวาฬก็ตาม ขณะที่ญี่ปุ่นได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของ IWC ในปี 2019 และกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในน่านน้ำของตนเองรวมถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

อย่างไรก็ตาม ในข้อกำหนดเรื่องการระงับการล่าวาฬนั้น ยังคงมีการอนุญาตให้ชนพื้นเมืองในบางพื้นที่ของโลก เช่น กรีนแลนด์และอะแลสกา สามารถล่าวาฬได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากวาฬยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตทั้งด้านโภชนาการและวัฒนธรรมของพวกเขา