
เพิ่งจะผ่านพ้นไปกับงาน Gastech 2026 งานมหกรรมพลังงานระดับนานาชาติ ที่รวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกมาไว้รวมกันในที่เดียว
ในงานนี้มีรัฐมนตรีและผู้แทนภาครัฐจาก 30 ประเทศ รวมถึงองค์กรชั้นนำกว่า 1,000 แห่ง จาก 150 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14-17 กันยายน ที่ผ่านมา
แน่นอนว่าสำหรับ ปตท. ที่เป็นบริษัทพลังงานที่สำคัญของประเทศ ได้ร่วมงานนี้ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติและเจ้าภาพร่วม นำเสนอแนวทางสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านก๊าซธรรมชาติ ควบคู่การลดคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน
จุดหมายของ ปตท. ถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราวที่จัดแสดงภายในนิทรรศการ ผ่านคอนเซปต์ ‘Flow’ สื่อถึงการไหลเวียนของพลังงาน โอกาส ความร่วมมือ และความยั่งยืน ที่ขับเคลื่อนผู้คน ธุรกิจ และประเทศไปข้างหน้า รวมไปถึงการแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลกของผู้บริหาร ปตท. ให้นานาชาติได้รับรู้อีกด้วย

‘พลังงาน’ คือหัวใจขับเคลื่อนประเทศ
ในแง่ของพลังงาน รู้หรือไม่ว่าก๊าซธรรมชาติและ LNG มีบทบาทต่อประเทศไทยอย่างมาก เกี่ยวเนื่องกับชีวิตของคนไทยตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม
ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยยังสามารถแยกเป็นผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอื่นๆ ต่อได้ สร้างมูลค่าในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้อย่างต่อเนื่อง
ปตท. มองว่าก๊าซธรรมชาติและ LNG เป็น ‘Destination Fuels’ หรือเชื้อเพลิงเป้าหมายที่มีความสำคัญของไทย ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาวแล้ว
พร้อมรองรับความต้องการในภาคอุตสาหกรรม ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้นของผู้คนในประเทศ รวมไปถึงการใช้พลังงานเพื่อขับเคลื่อน AI และ Data Center ที่เป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต
โจทย์ใหญ่และสำคัญที่สุดของ ปตท. จึงเป็นการจะทำยังไง ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความผันผวนอย่างมากจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ภารกิจการจัดหาพลังงานเพื่อพัฒนาประเทศยังคงเดิม แต่โจทย์วันนี้ซับซ้อนขึ้น ปตท. ต้องเพิ่มความพร้อมให้ประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอและต่อเนื่อง แม้เผชิญสถานการณ์วิกฤต

เสริมความมั่นคงทางพลังงาน สร้างโอกาสทางการแข่งขันและรับมือความผันผวน
สำหรับความมั่นคงทางพลังงาน หัวใจสำคัญก็คือการดูแลแหล่งก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ ควบคู่กับการกระจายแหล่งจัดหาจากต่างประเทศ ซึ่งทาง ปตท.ได้วางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงในจุดนี้ ด้วยการมองทั้งระบบ ตั้งแต่แหล่งก๊าซธรรมชาติ การจัดหาและการขนส่ง สถานีรับจ่าย LNG ระบบท่อ การส่งมอบ ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง
ด้วยการกระจายแหล่งจัดหาก๊าซธรรมชาติที่หลากหลาย การบริหารพอร์ตสัญญา การพัฒนาเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสลับหรือปรับปลายทางสินค้าเมื่อมีเหตุหยุดชะงัก ซึ่งการพร้อมรับมือกับความวิกฤต ก็คือส่วนหนึ่งของความมั่นคงเช่นกัน
นอกจากนี้ความมั่นคงยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศ แต่ยังหมายถึงการเชื่อมโยงความมั่นคงของไทยและภูมิภาค เสริมศักยภาพตลอดห่วงโซ่ อย่างการเสริมความร่วมมือระหว่างพันธมิตรและเชื่อมโยงพลังงานของอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนร่วมกัน

มุ่งสู่พลังงานที่ยั่งยืน วางเป้าลดคาร์บอนและ Net Zero Emission
แม้ก๊าซธรรมชาติและ LNG จะยังมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานระยะยาว แต่การใช้พลังงานต้องดำเนินควบคู่กับการลดคาร์บอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานอย่างยั่งยืน
โดยทาง ปตท. ได้วางเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจลง 15% ภายในปี 2573 รวมถึงการวางแผน Net Zero Emission ภายในปี 2593 อีกด้วย
ซึ่งการจะทำเป้าหมายส่วนนี้ให้สำเร็จ ปตท. ได้วางแผนธุรกิจด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและโรงงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
พร้อมเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น พัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS และเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
ทั้งหมดนี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับการสนับสนุนกิจกรรมลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emission ของประเทศอีกด้วย

สร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก ประกาศความเชี่ยวชาญด้านพลังงานของไทย
ภายในงาน Gastech 2026 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ทางผู้บริหารของ ปตท. ยังได้เป็นส่วนหนึ่งที่ขึ้นพูดบนเวทีระดับโลก เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก๊าซธรรมชาติ ความมั่นคงทางพลังงาน และความยั่งยืน
ท่ามกลางผู้ร่วมงานจากหลากหลายองค์กรกว่า 150 ประเทศ การที่มีตัวแทนขององค์กรในประเทศไทยขึ้นพูดบนเวที นับว่าเป็นโอกาสที่ได้สร้างความเชื่อมั่นและแสดงถึงความเชี่ยวชาญของประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงาน
โดยในครั้งนี้ ปตท. ได้เข้าร่วมงานในฐานะ National Consortium Partner หรือ พันธมิตรเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติ ซึ่งถือเป็นเจ้าภาพร่วมของงาน ที่มีส่วนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมพลังงานไทย
ทั้งยังเป็นโอกาสแสดงความพร้อมของไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของประเทศ การนำเสนอไทยในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ศูนย์กลางของภูมิภาคที่สามารถเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานไว้ด้วยกัน เพื่อดึงดูดการลงทุนและโอกาสใหม่ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย

และในแง่ของ ปตท. เอง นี่หมายถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตร สร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือจากบริษัทพลังงานชั้นนำทั่วโลกมาไว้ในประเทศ
พร้อมกับแสดงจุดยืนที่พร้อมเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนเพื่อดูแลโลก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทั้งยังได้แสดงมุมมองและศักยภาพของไทยให้ปรากฏในเวทีโลกไปพร้อมๆ กัน
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




