นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า เกิดเหตุปั่นป่วนบนเครื่องบินของสายการบินเจ็ทสตาร์ เที่ยวบิน JQ17 ที่เดินทางจากนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มายัง จ.ภูเก็ต ประเทศไทย เจอกับผู้โดยสารหญิงที่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติและก้าวร้าว ขณะอยู่บนเครื่องบิน พูดจาหยาบคาย จนทำให้นักบินต้องนำเครื่องบินวกกลับไปยังสนามบินเพิร์ธ และนำตัวหญิงคนดังกล่าวลงจากเครื่องบินไป
โดยตำรวจของสหพันธ์ออสเตรเลียเปิดเผยว่า หญิงวัย 37 ปี รายนี้ มีพฤติกรรมที่ผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะอยู่บนเครื่องบิน จนกระทั่งเธอเริ่มใช้คำพูดหยาบคายต่อผู้โดยสารและลูกเรือ กัปตันจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นไปที่กำลังมุ่งหน้ามาประเทศไทย วกกลับไปที่สนามบินเพิร์ธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำตัวหญิงคนดังกล่าวลงจากเครื่องบิน หลังจากที่เธอปฏิเสธที่จะลงจากเครื่องบินตัวด้วยตัวเอง

ข่าวระบุว่า หญิงสาวคนนี้ถูกตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เหมาะสมและก่อความวุ่นวาย เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเครื่องบิน โดยข้อหานี้มีโทษปรับสูงสุด 16,500 ดอลลาร์
ขณะที่ปีเตอร์ บรินดัล รักษาการผู้กำกับตำรวจออสเตรเลีย ได้ออกมาประณามพฤติกรรมต่อต้านสังคมและก้าวร้าวของหญิงคนดังกล่าว ที่มีต่อพนักงานและผู้โดยสาร โดยระบุว่า พฤติกรรมก้าวร้าวหรือต่อต้านสังคมใดๆ บนเที่ยวบิน อาจเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความปลอดภัยของเครื่องบินและผู้โดยสารบนเครื่อง
ขณะที่โฆษกของเจ็ทสตาร์แจ้งว่า เที่ยวบินดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากมีผู้โดยสารก่อกวน และสายการบินมีนโบายไม่ยอมรับพฤติกรรมก่อกวนใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่า ความปลอดภัยของลูกค้าและลูกเรือเป็นเรื่องที่ต้องมาก่อนเป็นอันดับ 1 และขอโทษต่อลูกค้าต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอบคุณที่เข้าใจและอดทนต่อเหตุการณ์
ทั้งนี้ หญิงที่ก่อเหตุป่วนบนเครื่องบินนี้ มีกำหนดจะขึ้นศาลที่ออสเตรเลีย ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า หญิงที่ก่อเหตุรายนี้มาจากประเทศใด




