ทักษิณ ฉากการเมือง 2 ทศวรรษ ลุ้นกู้ชีพเพื่อไทย จัดดุลอำนาจเครือข่ายชินวัตร

ทักษิณ
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ภาพ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ที่ครอบครัวตระเตรียมมาอย่างดีในวันที่ประกาศอิสรภาพ

พลันที่ “ทักษิณ” ก้าวขาพ้นเรือนจำคลองเปรม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มท่ามกลางอ้อมกอดของครอบครัวชินวัตร และครอบครัวพรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง เมื่อ 11 พฤษภาคม อาจสะท้อนมหากาพย์การต่อสู้ทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษได้ “ปิดฉาก” ลง

2 ทศวรรษมหากาพย์ ทักษิณ

ตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทยถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เข้ายึดอำนาจ “ทักษิณ” ที่เดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พยายามสู้ข้ามโลกแต่ไม่เป็นผล

ตลอด 2 ทศวรรษ การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างขั้วทักษิณ กับขั้วอำนาจอนุรักษนิยม เป็นไปอย่างดุเดือด ทั้งในแง่คดีความที่ “ทักษิณ” ถูกยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน และยังติดบ่วงคดีอีกหลายคดี

และตลอด 2 ทศวรรษ เกิดการชุมนุมใหญ่กลางเมืองหลวง  ตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2 ครั้ง เพื่อต่อต้านรัฐบาลเครือข่ายทักษิณ เกิดการชุมนุมใหญ่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ของฝ่ายที่สนับสนุน “ทักษิณ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลประชาธิปัตย์ 2 ครั้ง และเกิดการชุมนุมใหญ่ กปปส. เพื่อขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอีก 1 ครั้ง และนำมาสู่การรัฐประหารอีก 1 ครั้ง เพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แห่งพรรคเพื่อไทย

Advertisement

ในรอบ 2 ทศวรรษ มีคนในตระกูลชินวัตรและเครือข่ายก้าวขี้นนั่งเป็นนายกฯ 5 คน มี 3 คนที่มีสายเลือด-เกี่ยวดองกับทักษิณ คือ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และ แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว อีก 2 คนเป็นคนในเครือข่าย สมัคร สุนทรเวช และ เศรษฐา ทวีสิน

ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพรรคเครือข่ายทักษิณชนะเลือกตั้ง 3 หน และแพ้ 2 หน คือ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน ชนะเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชนะเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง (แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล) 24 มีนาคม 2562 ส่วนการแพ้เลือกตั้ง 2 ครั้ง พรรคเพื่อไทย แพ้เลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 และแพ้เลือกตั้งรอบล่าสุด 8 กุมภาพันธ์ 2569

Advertisememt

และพรรคเครือข่ายทักษิณถูกยุบไปทั้งหมด 3 พรรค คือ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักษาชาติ 

ที่สุดแล้ว “ทักษิณ” กลับประเทศ เมื่อ 22 สิงหาคม 2566 เพื่อรับโทษ 3 คดี โทษจำคุกรวม 8 ปี ทว่าทักษิณอยู่เรือนจำคลองเปรมไม่ถึง 24 ชั่วโมง ต้องถูกส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีอาการป่วย

ต่อมา 31 สิงหาคม 2566 มีพระราชทานอภัยโทษ ให้เหลือจำคุก 1 ปี อย่างไรก็ตามการที่ “ทักษิณ” รักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจเป็นจุดเริ่มต้นของ บ่วงคดีชั้น 14 เพราะถูกกล่าวหาว่า “ป่วยทิพย์”

ทั้งนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการไต่สวนพยาน 7 นัด ในที่สุด 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี “ทักษิณ” ต้องกลับไป “ติดคุกจริง”

2 คดี ที่ลุ้นระทึก

แม้วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 “ทักษิณ” ได้รับการพักโทษ แต่ยังต้องติดกำไล EM ไปอีก 4 เดือน จนกว่าจะครบการบังคับโทษ 1 ปี ในเดือนกันยายน 2569 โดย “ทักษิณ” ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยตัวอีก 11 ข้อ

แม้จะเป็นการปิดฉาก “มหากาพย์” คดี “ทักษิณ” ที่เกี่ยวเนื่องกับผลพวงรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมาเกือบ 2 ทศวรรษ ด้วยการรับโทษ 1 ปี ถึง 2 ครั้ง (ชั้น 14 รพ.ตำรวจ และเรือนจำคลองเปรม)

แต่ยังมีอีก 2 คดี ที่ยังต้องลุ้นระทึก คือ ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีต่างประเทศของเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบัน เมื่อปี 2558 

แม้วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง และคณะกรรมการพิจารณาการอุทธรณ์คดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีมติ 8 ต่อ 2 ไม่อุทธรณ์ แต่สุดท้าย อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด มีคำสั่งให้ยื่นอุทธรณ์ จึงเป็นคดีที่  “ทักษิณ” ยังต้องต่อคิวสู้คดี

เช่นเดียวกับคดีชั้น 14 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในส่วนคดีอาญา ยังต้องพิสูจน์ความผิด โดย ป.ป.ช.มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกรมราชทัณฑ์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร-รพ.ตำรวจ รวม 12 คน ซึ่ง “ทักษิณ” อาจยังติดบ่วงในคดีชั้น 14 อีกครั้งหนึ่ง

รื้อดุลอำนาจ กู้ชีพ เพื่อไทย

แม้ยังไม่มีคำตอบ “จากปาก” ของ “ทักษิณ” ถึงอนาคตการเมืองหลังพักโทษออกมาว่าจะสวมบท “ส.ท.ร.” หรือ “วางมือ” แต่คนในพรรคเพื่อไทยยังหวังว่าการกลับมาของทักษิณจะกู้ชีพ “แบรนด์” พรรคเพื่อไทยได้

แม้นักการเมืองใต้ร่มเพื่อไทยหลายคนปล่อยมือ – ปล่อยวาง เพราะไม่อาจ “ทัดทาน” ศูนย์กลางอำนาจปัจจุบัน ที่มี “แพทองธาร” เป็นหัวใจ ซึ่งรายล้อมไปด้วยนักการเมืองเครือข่ายจันทร์ส่องหล้า

“การเมืองในเพื่อไทยตอนนี้เน้นนักการเมืองหน้าใหม่ รุ่นใหม่ แต่คนรุ่นใหม่เหล่านั้นก็ต้องได้รับการผลักดัน เห็นชอบจากคนรุ่นเก่าที่อยู่ในศูนย์กลางอำนาจ ดังนั้นทุกอย่างจึงเกิดภาวะ Echo Chamber ไม่เห็นปัญหาที่เป็นจริง”

แหล่งข่าวสะท้อนปัญหาของพรรคเพื่อไทย ที่ “ทักษิณ” อาจจะต้องมา กอบกู้ว่า ตลอด 2 ปีที่เป็นรัฐบาลละเลยพื้นที่ เป็นผลให้ได้มาเพียงแค่ 74 เสียง

“นโยบายที่พูดไว้ไม่สามารถส่งไปถึงมือประชาชน  ในแง่ปฏิบัติเป็นรัฐบาลเพื่อไทย ไม่พูดถึงเกษตรกร นโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ชัดเจน ไม่พูดถึงปัญหาที่ดินทำกิน แก้รัฐธรรมนูญไม่เป็นวาระที่พรรคเพื่อไทยเอาจริง ปราบยาเสพติดก็ทำไม่ได้ มีได้ผลเพียงไม่กี่เรื่อง เช่น บ้านเพื่อคนไทย เวลาออกไปหาเสียงชาวบ้านจึงบอกว่าเลือกพรรคไหนก็เหมือนกัน เพราะรับปากแล้วทำไม่ได้” 

“นำมาสู่ปลายทางคือเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การซื้อเสียงจึงมีผลต่อชาวบ้าน” แหล่งข่าวกล่าว 

และมองว่า “ทักษิณ” ผู้เป็นนายใหญ่ หลังจากออกจากเรือนจำคลองเปรมน่าจะเข้าสู่โหมด “พักกาย-พักใจ” และอาจจะต้อง “จำศีล” ทางการเมืองไปอีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ

ทักษิณอาจจะนิ่งสงบ กลับไปฟื้นฟูพรรคแก้เกมต่ำร้อย ปิดฉากการต่อสู้ 2 ทศวรรษให้จบอย่างบริบูรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง