เรือบรรทุกน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรล แล่นผ่านฮอร์มุซ มุ่งหน้าจีน-เกาหลีใต้

เรือบรรทุกน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรล แล่นผ่านฮอร์มุซ มุ่งหน้าจีน-เกาหลีใต้

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำแล่นผ่านช่องแคบ
ฮอร์มุซ เพื่อขนย้ายน้ำมันไปยังตลาดเอเชีย หลังจากที่ชะงักอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า 2 เดือน พร้อม
น้ำดับดิบจากตะวันออกกลางรวม 6 ล้านบาร์เรล ในขณะเดียวกัน มีเรือ 1 ลำกำลังเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว

ในบรรดาเรือทั้งหมดประกอบไปด้วยเรือ Universal Winner ซึ่งชักธงเกาหลีใต้ บรรทุกน้ำมันดิบคูเวต 2 ล้านบาร์เรลที่ขนขึ้นเรือตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม และกำลังมุ่งหน้าไปยัง เมืองอุลซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ SK Energy โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ และมีกำหนดขนถ่ายน้ำมันในวันที่ 9 มิถุนายน

พร้อมกันนี้ เรือ Yuan Gui Yang ได้บรรทุกน้ำดับ Basrah จากอิรักจำนวน 2 ล้านบาร์เรลเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยมี Unipec บริษัทค้าของ Sinopec โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นผู้เช่า และคาดว่าจะถึง ท่าเรือสุ่ยตง เมืองเหมาหมิง มณฑลกวางตุ้ง ในวันที่ 4 มิถุนายน เพื่อขนถ่ายน้ำมัน ขณะที่เรือ Ocean Lily ซึ่งชักธงฮ่องกง ได้บรรทุกน้ำมันดิบ al-Shaheen จากกาตาร์ 1 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดิบ Basrah จากอิรักอีก 1 ล้านบาร์เรล ระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม โดยเรือลำนี้เป็นของบริษัท Sinochem ของจีน และคาดว่าจะถึง ท่าเรือเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน ในวันที่ 5 มิถุนายน

รอยเตอร์วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลติดตามเรือว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเรือผ่านเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยเพียงวันละประมาณ 10 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือสินค้า เรือบรรทุกสารเคมี และเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย

Advertisement

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วมของสหรัฐระบุในรายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ว่า บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความเสี่ยงสูงจากเหตุโจมตีเรือในพื้นที่ที่เกิดขึ้น อีกทั้ง ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังมีหลายกรณีที่หน่วยของอิหร่านส่งสัญญาณข่มขู่และดำเนินการเชิงรุก

ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมการเดินเรือได้ออกคำแนะนำใหม่สำหรับเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเตือนถึงอันตรายด้านการเดินเรือหลายประการ เช่น ความเสี่ยงจากการถูกโจมตี ภัยจากโดรนและทุ่นระเบิด การจราจรทางทะเลที่แออัดและการลดลงของการควบคุมดูแลทางทหาร

และระบุว่า ยังมีเรือหลายร้อยลำไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ การเคลื่อนตัวของเรือทั้งหมดในพื้นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายด้านการเดินเรืออย่างมาก