
ท่ามกลางการจับตาโอกาสต่อเวลาพักรบระหว่างสหรัฐและจีน “ขุนคลังสหรัฐ” เผยไม่เร่งขยาย ‘การหยุดยิงทางการค้าด้านภาษีและแร่ธาตุ’ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เนื่องจากยังมีเวลาที่จะต่ออายุในการประชุมในปลายปีนี้ ทั้งยังมีกลไกความร่วมมือใหม่ Board of Trade และ Board of Investment และแพลต์ฟอร์มปรึกษาหารือประเด็นอ่อนไหวอย่างปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งเป็นผลจากการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐ เมื่อ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ (Reuters) ครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ผู้นำจีนที่กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“ผมคิดว่าเราไม่รีบร้อนที่จะขยายเวลา” เบสเซนต์กล่าวถึงการสงบศึกภาษีในเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งผู้นำสองประเทศบรรลุที่เกาหลีใต้
“สถานการณ์ค่อนข้างมีเสถียรภาพ” รมว.คลังสหรัฐกล่าวในระหว่างการประชุมนอกรอบ G7 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ 18 พ.ค. เวลาท้องถิ่น
เขาเชื่อว่าจีนจะยอมรับการกลับมาใช้ภาษีศุลกากรของสหรัฐในอัตราเดิม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20% โดยใช้ภาษีมาตรา 301 เรียกเก็บ ตราบใดที่อัตราภาษีไม่สูงขึ้นกว่าเดิม และเสริมว่า จีนให้ความร่วมมือในระดับที่น่าพอใจ แต่ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมในแง่ของการปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับแร่ธาตุที่สำคัญ ดังนั้นเราจึงต้องหารือกันอีกครั้ง
คาดว่าสี จิ้นผิงจะเดินทางไปเยือนสหรัฐเพื่อพบกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวในเดือนกันยายน ซึ่งก่อนการประชุมนี้ เบสเซนต์กล่าวว่า เขาจะพบกับคู่เจรจา คือ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เพื่อหารือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการค้า นอกจากนี้ ทรัมป์และสี จิ้นผิง อาจพบกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC) ในเดือนพฤศจิกายนที่นครเซินเจิ้น ประเทศจีน และการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ในเดือนธันวาคมที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐ
การสงบศึกระหว่างสหรัฐและจีนที่เจรจากันเป็นเวลาหลายเดือนเมื่อปีที่แล้ว ในการประชุมเอเปกนอกรอบที่นครปูซาน เกาหลีใต้ ช่วยป้องกันไม่ให้การค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีใหม่กับสินค้าจีน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้และยกระดับความขัดแย้งจนภาษีพุ่งสูงขึ้นถึงหลักร้อยเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ข้อตกลงที่จีนจะสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ และซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.5 แสนล้านบาท) ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากการประชุมสุดยอดในปักกิ่ง ถือเป็นข้อตกลงที่แยกต่างหากจาก ‘ข้อตกลงหยุดยิงทางการค้า’ ในเดือนพฤศจิกายนปี 2025
การลดภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค
รัฐมนตรีคลังสหรัฐเห็นว่าความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ คือการจัดตั้งข้อตกลงการค้า การลงทุน และปัญญาประดิษฐ์แบบทวิภาคีกับจีน ซึ่งจะมีการหารือกันในการเจรจาครั้งต่อไป
ในเบื้องต้น สหรัฐและจีนจะลดหรือยกเลิกภาษีสำหรับสินค้ามูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.7 แสนล้านบาท) ในรูปแบบ Board of Investment หรือ คณะกรรมการการค้า ทั้งสองฝ่ายจะกำหนดสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่ง สามารถลดหรือยกเลิกภาษีได้
จีนอาจลดภาษีนำเข้าสินค้าพลังงาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์จากสหรัฐ ในขณะที่สหรัฐก็มีแนวโน้มที่จะลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนที่ไม่ผลิตในสหรัฐอีกต่อไป เช่น ดอกไม้ไฟหรือชุดฮาโลวีน
สำหรับคณะกรรมการการลงทุน (Board of Investment) จะระบุข้อตกลงของจีนที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบด้านความมั่นคงแห่งชาติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (CFIUS) และจัดการกับประเด็นการลงทุนแบบสองทาง ซึ่งสำหรับการลงทุนจากจีนเข้ามานั้น จะมุ่งเน้นไปที่การระบุข้อตกลงที่ไม่ขัดต่อความมั่นคงของชาติ และป้องกันการลงทุนที่สหรัฐยังไม่พร้อมที่จะพิจารณา
“ผมคิดว่าคณะกรรมการลงทุนนี้จะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ก. ป้องกันไม่ให้เรื่องไปถึง CFIUS หรือ ข. บอกว่า ‘เรายังไม่พร้อมที่จะทำแบบนั้น’” เบสเซนต์กล่าว
ทั้งนี้ คณะกรรมการการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีอำนาจคลุมเครือ นำโดยกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่กำกับดูแลการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐในด้านความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เพิ่มมาตรการห้ามจีนลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐที่มีความอ่อนไหว ส่งผลให้การลงทุนลดลงอย่างมาก
จากข้อมูลของ Rhodium Group การลงทุนจากจีนในสหรัฐลดลงจาก 56,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 ล้านลานบาท) ในปี 2016 เหลือเพียง 3,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.1 แสนล้านบาท) ในปีที่แล้ว
“Luckin Coffee นั้นยอดเยี่ยม แต่การซื้อที่ดินจำนวนมากติดกับฐานทัพอากาศนั้นคงไม่ใช่เรื่องดี” เบสเซนต์ กล่าว โดยอ้างถึงเครือร้านกาแฟจีนที่กำลังขยายสาขาในสหรัฐ เพื่อแข่งขันกับ Starbucks
การปรึกษาหารือเกี่ยวกับ AI
ในบริบทความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติที่เกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขีดความสามารถสูง กำลังเพิ่มมากขึ้น
เบสเซนต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนน่าจะเริ่มปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับมาตรการควบคุม AI ภายในอีก 4-8 สัปดาห์ข้างหน้า ความพยายามนี้มีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของโมเดล AI ที่ขีดความสามารถสูง เช่น Mythos ของ Anthropic หรือเครื่องมือจาก DeepSeek ของจีนไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




