
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่เพิ่งฟาดแข้งจบลงไปเมื่อเช้าวันที่ 30 มิถุนายน เป็นเกมเตะรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายคู่ที่ 4 ระหว่าง “กังหันลม” เนเธอร์แลนด์ พบกับ โมร็อกโก ที่เอสตาดิโอ บีบีวีเอ เมืองมอนเทอร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก
เนเธอร์แลนด์ เข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายมาด้วยการเป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่มเอฟ มี 7 แต้ม จากการ เสมอ ญี่ปุ่น 2-2, ชนะ สวีเดน 5-1 ชนะ ตูนิเซีย 3-1
ส่วนโมร็อกโก เข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 2 ของกลุ่มซี มี 7 แต้ม จากการ เสมอ บราซิล 1-1 ชนะ สกอตแลนด์ 1-0 และชนะเฮติ 4-2
เกมนี้ กังกันลมของกุนซือจองเก๋า โรนัลด์ คูมัน จัดทัพชุดใหญ่นำมาโดย เวอร์จิล ฟาน ไดค์, มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน, ไรอัน กราเฟนแบร์ก, แฟรงกี้ เดอ ยอง , คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์, ไบรอัน บร็อบบีย์, โคดี้ กักโป
ส่วนโมร็อกโก ของกุนซือ โมฮาเหม็ด วาห์บี ส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนามเช่นกันนำมาโดย อัชราฟ ฮาคิมี, นุสแซร์ มาซราอุย, อายุบ บูอาดดี, นีล เอล อัยนาอุย, บราฮิม ดิอาซ, อัซเซดีน อูนาฮี, บิลาล เอล คันนุส, อิสมาเอล ไซบารี
ครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างฝ่ายเน้นบอลเร็วกับพื้น เกมเร็ว สนุกตื่นเต้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมกันพอ ทำให้เสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง เนเธอร์แลนด์ มาออกนำ โมร็อกโก 1-0 ในนาทีที่ 72 จากการยิงของ โคดี้ กักโป
ช่วงทดเจ็บ 90+1 โมร็อกโก ช็อกแฟนบอลกังหันลม ไล่ตีเสมอ 1-1 จากการเปิดบอลมาหน้าประตู บอลเข้าหัว อิสซ่า ดิย็อป ปราการหลังที่เติมขึ้นมา โขกเข้าประตูไป ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาทีเพื่อหาผู้ชนะ
ช่วงต่อเวลาพิเศษ ครึ่งแรกยังไม่สามารถทำประตูกันเพิ่มได้ ลงมาลุยต่อในครึ่งหลัง
จบเกมช่วงต่อเวลาพิเศษยังเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องดวลจุดโทษตัดสินเพื่อหาผู้ชนะ ซึ่งผลการดวลจุดโทษปรากฏว่า โมร็อกโก ชนะการดวลจุดโทษ เนเธอร์แลนด์ 3-2 หลังเสมอในเวลา 1-1
โมร็อกโก ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นทีมที่ 4 โดยจะเข้าไปพบกับ “เจ้าภาพ” แคนาดา ในวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 00.00 น. ต่อไป ขณะที่ เนเธอร์แลนด์ ต้องยุติเส้นทางฟุตบอลโลก 2026 ไว้ที่รอบ 32 ทีมสุดท้าย




