
เป็นไปอย่างที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ความเห็นว่า ผลการเลือกตั้ง กทม.เมื่อ 28 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา
นายวิโรจน์ชี้ว่า เป็นคะแนนที่สะท้อน “คำติติง” จากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ที่มีต่อพรรคประชาชนอย่างชัดเจนมาก ชัดเจนเหมือนคุณครูเรียกนักเรียนคนหนึ่งเข้าไปตักเตือนในห้องพักครูด้วยความหวังดี
สำหรับผลเลือกตั้งที่ กทม.ส่งไปยัง กกต.เพื่อรับรอง เป็นดังนี้
อันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ 1,537,784 คะแนน, อันดับที่ 2 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ได้ 304,494 คะแนน, อันดับที่ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน ได้ 188,144 คะแนน, อันดับที่ 4 นายอนุชา บูรพชัยศรี จากประชาธิปัตย์ ได้ 106,739 คะแนน และอันดับที่ 5 ม.ล.กรกสิวัฒน์
เกษมศรี ได้ 47,728 คะแนน
มีตัวเลขเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่น่าสนใจอีกมาก อาทิ จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ลดลงมาเหลือ 50% กว่า จาก 60.7% เมื่อปี 2565
ส่วน ส.ก.ที่มี 50 คน น่าจะทำให้พรรคประชาชนยังพอมีกำลังใจ เพราะกวาดไป 22 คน และตอนนี้กำลังเตรียมส่ง ส.ก.เป็นประธานสภา กทม.อยู่
การเข้ามาของ ส.ก.พรรคประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น น่าจะยกระดับการทำงานของสภา กทม.ไปอีกระดับหนึ่ง สอดคล้องกับงานของผู้ว่าฯ ที่นายชัชชาติบอกว่า งานยากขึ้น มีอะไรต้องทำมากขึ้น ให้ไปเหนือระดับเดิมที่เคยทำไว้ใน 4 ปีแรก
ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือก ส.ก. ซึ่งอยู่ที่หลักหมื่นต้นๆ ก็ถือว่าเป็นอีกจุดที่่น่าจะต้องหาทางพัฒนาหรือแก้ไข ทั้งด้วยบทบาทของ ส.ก.เองและบทบาทของหน่วยงานที่ใช้งบจัดเลือกตั้ง
โดยรวม การเมืองท้องถิ่นกรุงเทพฯรอบนี้ แม้ว่าตอนหาเสียงเลือกตั้ง ดูนิ่งๆ เงียบๆ
แต่ผลออกมา ได้เปิดประเด็นใหม่ๆ ให้กับการเมืองไทยหลายเรื่อง
คนที่สอบผ่านสบายๆ คือ “ผู้ว่าฯชัชชาติ” ทำคะแนนทะลุเป้า หลังจากครั้งก่อน ปี 2565 ได้ 1.3 ล้านก็ถือว่ามากแล้ว ครั้งนี้ 1.5 ล้าน สวนทางกับบรรยากาศซบเซา ขนาดที่นายชัชชาติเอง ยังต้องส่งเสียงปลุกคนกรุง ให้ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วออกไปกาบัตร
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ น่าจะทำให้ “คุณครู” รู้สึกปลื้มและมีหน้ามีตาไปด้วย
ที่ผลการเรียนยังน่าห่วง ก็คือพรรคประชาชน ผู้สมัครผู้ว่าฯ ดูคุณครูไม่แฮปปี้ รอบหน้าต้องคิดกันใหม่ ก็ต้องบอกคุณครูไปตรงๆ ว่ามันยากจริงๆ คู่ต่อสู้มีคะแนนสะสมจาก 4 ปีขนาดนั้น
แต่คุณครูคงไม่ได้คิดหรือหวังว่าผู้สมัครผู้ว่าฯของพรรคประชาชนต้องชนะเลิศ ต้องโค่นชัชชาติได้ แต่คะแนนไม่ควรหลุดไปขนาดนั้น ถ้าคะแนนดีกว่านี้ เข้าสักลำดับที่สอง น่าจะพอสมน้ำสมเนื้อ
ก็ยังดี ที่ประชาชนยังไว้วางใจพรรคประชาชนเข้าไปเป็น ส.ก.กลุ่มก้อนใหญ่ขนาดนั้น
เรียกว่าสอบตกต้องเข้าห้องเย็นในห้องสอบผู้ว่าฯ แต่สอบผ่านได้เฮในสนาม ส.ก.
สาเหตุมาจากอะไร ก็อย่างที่นายวิโรจน์บอกในโพสต์เดียวกันว่า ทุกอย่างเป็นผลจากการตัดสินใจ การเตรียมตัว และการวางแผนของพรรค ที่ยังไม่ดีพอ คน กทม.ต้องการเห็นพรรคประชาชนเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ ทำการบ้านให้ละเอียดกว่านี้ ตั้งใจให้มากกว่านี้ พิถีพิถันมากกว่านี้ ทำการเมืองเชิงความคิดร่วมกับภาคประชาชนอย่างประณีตและใส่ใจมากกว่านี้ ต้องมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน หนักแน่น และสมกับความไว้วางใจที่ประชาชนเคยมอบให้มากกว่านี้
พรรคประชาชน เป็นสัดส่วนสำคัญในการเมืองระดับชาติ การตัดสินใจทุกอย่างล้วนส่งผลทางการเมือง
ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนหลายเรื่อง แต่บางเรื่องยังสอบไม่ผ่าน อาจจะเกิดอาการไฟตก ทั้งที่ควรจะทำได้ดีกว่านี้
หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เสียงเรียกร้องให้ผู้ว่าฯชัชชาติเดินต่อไปยังเป้าหมายที่สูงกว่านี้ คงจะดังมากกว่าเดิม
ขณะที่พรรคประชาชนยังมีโอกาสปรับแต่งการทำงานของพรรคให้เข้าตาสังคมมากขึ้น
และช่วยกันทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากกว่านี้ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางที่ประชาชนต้องการ




