
“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เปิดใจผ่าน ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’ โต้กระแสหายหน้า ยืนยัน “เน้นงาน ไม่เน้นทำคอนเทนต์” พร้อมกางพิมพ์เขียวเศรษฐกิจยุคใหม่ ชูโมเดล Co-creation ดึงทุนจีนใช้วัตถุดิบไทย-ดันระบบ OCN คุมเกมแพลตฟอร์มต่างชาติ ก่อนเปิดมุมอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เผยเบื้องหลังชีวิตรัฐมนตรีหญิงที่ไม่มีแม้เวลาสระผม และการฝึกอุเบกขารับมือมีมโซเชียล
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดใจผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงกระแสวิจารณ์เรื่องการสื่อสารที่ล่าช้าของกระทรวงพาณิชย์ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ในสื่อ
“ไม่ได้หายไปไหนเลยค่ะ แต่เอาเวลาที่มีอยู่ไปทำงานที่หน้างานมากกว่า เน้นทำงาน ไม่เน้นทำคอนเทนต์ค่ะ สิ่งที่ทำงานทำเสนอไป คนอาจไม่ได้เห็นเท่าศุภจีพูดเอง”
นางศุภจียอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เคยถูกนายกรัฐมนตรีตำหนิในเรื่องนี้เช่นกัน
“ท่านนายกฯ เคยบอกว่าทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักสื่อสารด้วย… ก็เป็นอย่างนั้นค่ะ ไม่ใช่เฉพาะตัวดิฉันแต่เป็นรัฐมนตรีทั้งคณะ เราทำงานเยอะจริงๆ แต่อาจสื่อสารน้อยไปหน่อย”
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนมากมาย ทั้งปัญหาค่าครองชีพ ภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
ดีลสหรัฐฯ-จีน-ยุโรป 3 กลยุทธ์หลัก
ในมิติการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งปรับพอร์ตยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อรับมือกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนไปผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก
- เจรจาการค้าสหรัฐฯ ไทยอยู่อันดับ 7 ของประเทศที่ได้ดุลสหรัฐฯ มากที่สุด (ราว 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ) ปัจจุบันกำลังเร่งเจรจาภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับ โดยตั้งเป้าข้อตกลง Reciprocal Trade (ART) เพื่อให้ไทยกลับไปอยู่ในกลุ่มประเทศอัตราภาษีต่ำ แต่ยึด “เส้นแดง” ในประเด็นอ่อนไหวอย่างสารเร่งเนื้อแดงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
- โมเดล Co-creation ไทย-จีน แก้ปมขาดดุลการค้าด้วยการเสนอเงื่อนไขให้โครงการลงทุนของจีนต้องใช้ “วัตถุดิบภายในประเทศไทย” โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพื่อดูดซับผลผลิตล้นตลาดตามฤดูกาล
- เร่งสปีด FTA ไทย-EU ปักธงปิดดีลประวัติศาสตร์ให้จบภายในปีนี้ โดยดึงผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อความรวดเร็วและรอบคอบ
พาณิชย์ชู OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม-เลิกทำตัวเป็นคู่แข่ง
สำหรับประเด็นร้อนเรื่องทุนข้ามชาติและดิจิทัลแพลตฟอร์ม รมว.พาณิชย์ เผยว่ากำลังศึกษาโครงสร้างค่า GP ของแพลตฟอร์ม Delivery และ E-commerce เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้รายย่อย แต่หัวใจสำคัญ คือ การเปลี่ยนวิธีคิดของรัฐ
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอแนวคิด Open Commerce Network (OCN) เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลาง เช่น ระบบ Payment และ Logistics ที่รัฐเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทย
“รัฐต้องเลิกทำตัวเป็นคู่แข่งขบวนการค้า แต่ต้องสร้าง ‘เลนกลาง’ ขึ้นมาคุมเกม เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อรองให้แพลตฟอร์มเอกชนยักษ์ใหญ่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรม”
พลิกวิกฤตทุเรียน “ป๊อกแป๊ก” สู่ “ซูเปอร์จิ๋ว เนื้อพรีเมียม”
ด้านการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ศุภจีได้นำแนวคิดมาร์เก็ตติ้งระดับโลกมาปรับลุคสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย โดยเฉพาะทุเรียนที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 33% (2.07 ล้านตัน)
ศุภจียังแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า
“เราเปลี่ยนชื่อเขาจาก ‘ป๊อกแป๊ก’ (ทุเรียนตกเกรดไซส์เล็ก) เป็น ‘ซูเปอร์จิ๋ว’ เพื่อให้คนเข้าใจว่ากินแล้วดี เนื้อพรีเมียม ไม่ได้อยู่ที่ไซส์ ดิฉันเองก็ไม่ทานทุเรียนลูกใหญ่ เพราะทานแล้วหยุดไม่ได้ ทานลูกเล็กมีแค่ 2 พลู เนื้อเต็มๆ อร่อย”
กลยุทธ์ดังกล่าวผสานกับการรุกตลาดออนไลน์ ดันยอดส่งออกทุเรียนรวมพุ่งเป้าสู่ 1.79 แสนล้านบาท ส่วนมะพร้าวได้แก้ปัญหาราคาตกต่ำด้วยการตั้ง “ล้งชุมชน” เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง พร้อมใช้โมเดล Circular Economy นำวัสดุเหลือใช้ 75% ไปแปรรูปเป็นพลังงาน และสั่งชะลอการนำเข้าชั่วคราว
ขณะที่ปัญหากุ้งจากการที่มาเลเซียระงับการนำเข้า ได้ใช้โครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” ร่วมกับ Modern Trade ช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินกว่า 2,900 ตันออกจากระบบระหว่างรอผลเจรจา

“Iron Lady” งบน้อยทำจิตตก-ใส่วิกสู้งาน
นอกจากบทบาทนักบริหารที่แข็งแกร่ง ศุภจียังสะท้อนมุมมองความยากลำบากของ “รัฐมนตรีหญิง” ในโลกการเมืองที่ต้องแข่งกับเวลา จนกลายเป็นมีม “ใส่วิก” ในโลกโซเชียล
“คุณสรยุทธรู้ไหม แค่ไม่มีเวลาสระผม… วันนั้นผมหงอกเยอะมาก เพราะไม่มีเวลาเข้าห้องทำผม 2-3 ชั่วโมง จะเอาเวลาที่ไหนไปย้อมผม มะพร้าว น้ำมันปาล์ม เยอะแยะไปหมด เลยต้องใส่วิก ความยุ่งยากของสุภาพสตรี คือ ‘เรื่องเวลา’ มันต้องใช้เวลามากกว่าบุรุษค่ะ”
รมว. พาณิชย์ยังยอมรับอีกว่าเคยมีภาวะ “จิตตก” จากแรงกดดันด้านงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
“ช่วงวันที่ 11 เมษายน จิตตกเพราะรู้ว่าปัญหาใหญ่มากแต่เราไม่มีเงินเลย เงินเราน้อยมาก ได้งบกลางมาแค่ร้อยกว่าล้าน มันจิตตกตรงที่ว่า ไม่รู้จะช่วยเขาให้เต็มที่ได้อย่างไร”
ทำให้สุดท้ายต้องหันไปใช้กลไกตลาด เครือข่ายรถพุ่มพวง 3,700 คัน และความร่วมมือจากภาคเอกชนแทนการใช้งบรัฐ
แผ่เมตตาให้ “ทัวร์ลง” วางอุเบกขา
เมื่อถามถึงการปรับตัวจากภาคเอกชนสู่สนามการเมืองที่เต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์และมีมล้อเลียน เช่น มีมแจกมะพร้าวในปั๊มน้ำมัน เป็นต้น นางศุภจีระบุว่า ไม่เคยเจออะไรที่รุนแรงขนาดนี้จนบางทีไม่กล้าเปิดฟีดโซเชียลมีเดีย พร้อมตัดพ้อว่า
“ด่ากันซะจนผู้ประกอบการเขาไม่กล้าช่วย เพราะเขาโดนด่าไปด้วย”
อย่างไรก็ตาม นางศุภจีใช้วิธีรับมือด้วยหลักธรรมะ
“จริงๆ แล้วแผ่เมตตาให้ทุกวัน ไม่โกรธเลย… ถือว่าเป็นโอกาสฝึกสติได้ทุกวันเลย กำลังฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง วางอุเบกขาอยู่”
ส่วนกระแสข่าวลือทางการเมืองเรื่องการถูกวางตัวเป็น “ทายาทการเมือง” หรือ “นายกฯ สำรอง” จากอักษรย่อ “ส. ศาลา” รมว.พาณิชย์ตอบติดตลกทิ้งท้ายว่า
“นายกฯ สำรองเหรอ… ไม่หรอกค่ะ ใครจะมาแซวเรื่องนี้อีก บังเอิญคุณศิริกัญญา (ก้าวไกล) ก็ตัดผมสั้นเหมือนกัน”
พร้อมยืนยันความสัมพันธ์กับพรรคต้นสังกัดอย่างภูมิใจไทยว่า
“พรรคนี้ร้องเพลงเพราะนะคะ… ตอนนี้ขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดทุกวันมากกว่า”





