อนุทิน ขนทัพนักธุรกิจเยือนจีน ดึงลงทุน หุ่นยนต์ AI – Data Center


18 ก.ค. 2569 | 06:30น.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์และมีผู้บริหารระดับสูงเดินทางร่วมคณะทั้งหมด 153 คน จาก 48 บริษัท

โดยบริษัทชั้นนำที่เข้าร่วมคณะ อาทิ กลุ่ม ซี.พี. กลุ่มกระทิงแดง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กลุ่มสหฟาร์ม กลุ่มมิตรผล เครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้แทนจากกลุ่มสถาบันการเงินและธุรกิจบริการ เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ เดอะมอลล์ กรุ๊ป บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS

เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 กรกฎาคม 2569 ขยายโอกาสความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และบริการระหว่างไทยกับจีน

นายอนุทินกล่าวก่อนเดินทางเยือนจีนว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะให้ตนและคณะเข้าไปหารือที่นครเซี่ยงไฮ้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะไปสรุปสิ่งที่ได้หารือตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปเยือน เขาก็ซื้อข้าวเรา เราก็จะไปขอให้เขาสนับสนุนเราทั้งมิติการค้า การลงทุน มิติความมั่นคง การปราบปรามผู้กระทำผิดทางกฎหมาย

“นอกจากนี้ เรื่อง AI เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลสนับสนุนและดูว่าจะให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างไรบ้าง งานที่จะไปครั้งนี้เป็นงานใหญ่ มีการกล่าวสุนทรพจน์ พบปะผู้ประกอบการด้าน AI รายใหญ่และทำสินค้าประเภทเทคโนโลยี ดูว่าเขาจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานอะไรสำหรับเขาได้บ้าง เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นฐานการผลิตได้หรือไม่”

เยือน 3 เมือง ดึงลงทุน AI

หัวใจสำคัญของการเดินทางนอกจากภารกิจเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 (World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026) ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการโชว์เทคโนโลยี AI ของจีน ยังได้พบกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และลงนามทวิภาคีระหว่างไทยเปิดการหารือทวิภาคีเต็มคณะ (Plenary) กับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน

นายกฯ และคณะเยือน 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง เพื่อเยือนบริษัท AI บริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ และบริษัทเทคโนโลยีของจีนหลายบริษัท เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งในด้านการผลิต การตั้งฐานประกอบ และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center)

อาทิ พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Alibaba Group พบผู้บริหารระดับสูงจาก 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของจีน ได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, InnoLight Technology, Eoptolink Technology, สายการบิน China Sichuan

ทั้งนี้ นายอนุทินกล่าวขณะเยือนบริษัท AgiBot บริษัทสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชั้นนำของจีน ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ

โดยรัฐบาลมุ่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนจะช่วยสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมและบริการของไทยในอนาคต

ร่วมมือพัฒนามนุษย์-AI

ก่อนจะหารือทวิภาคีเต็มคณะ (Plenary) กับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน ในวันที่ 20 กรกฎาคม ผ่านข้อตกลง 5 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

1.ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย การจัดสรรทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ

2.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou (เป่ยโต่ว) เพื่อวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบดาวเทียมร่วมกัน

3.ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านพลังงานแห่งอนาคต

4.ร่างข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของไทยกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมสาขาสำคัญ เช่น การเกษตร วัสดุศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีอวกาศ

5.ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน เพื่อการสำรวจอวกาศห้วงลึก สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศร่วมกัน

เปิดบีโอไอ รับฟังนักลงทุน

ขณะที่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นประธานเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งที่ 4 ของบีโอไอ ณ นครเฉิงตู และเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026

เพื่อดูแลและส่งเสริมการลงทุนในภูมิภาคจีนฝั่งตะวันตก ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจจีน และเป็นที่ตั้งของบริษัทศักยภาพสูงด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดจำนวนมาก

การเปิดสำนักงานบีโอไอเฉิงตูครั้งนี้จะมีการจัดกิจกรรม “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือกับนักธุรกิจไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงเดินทางร่วมคณะทั้งหมด 153 คน จาก 48 บริษัท และมีนักธุรกิจ 110 คนเข้าร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรี นับเป็นการนำคณะนักธุรกิจไทยเดินทางเยือนจีนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายให้นายกรัฐมนตรีรับฟังประสบการณ์ ปัญหา และข้อเสนอแนะจากบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนและดำเนินธุรกิจในจีนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ผลักดันความร่วมมือและขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน โดยเฉพาะภารกิจต่อเนื่องที่กรุงปักกิ่งในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือกับนายกรัฐมนตรีจีนในประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ

ภายในงานจะมีนักธุรกิจไทยที่มีประสบการณ์ในตลาดจีนร่วมถ่ายทอดมุมมอง ได้แก่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. และนายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจกระทิงแดง หรือ TCP

พร้อมกันนี้บีโอไอจะจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับจีน โดยมีบริษัทไทยลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 40 ราย และจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับพบปะเจรจากับบริษัทจีนที่มีความสนใจสอดคล้องกัน เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างพันธมิตรและร่วมลงทุนในอนาคต

“บีโอไอให้ความสำคัญกับการลงทุนสองทาง หรือ Two-way Investment โดยไม่เพียงดึงดูดการลงทุนจากจีนเข้าสู่ไทย แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้นักลงทุนไทยที่มีศักยภาพขยายฐานธุรกิจมายังจีนและหาพันธมิตรร่วมทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก” นายนฤตม์กล่าว

สถิติการค้าไทย-จีน

ขณะที่สถิติการค้าระหว่างไทยกับจีน ในช่วงปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าไปยังจีนเป็นมูลค่า 39,722.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่าการส่งออก 35,277.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 12.60

ในส่วนของการนำเข้า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2568) การนำเข้ามีมูลค่าเฉลี่ย 79,316.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นมูลค่า 107,615.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่าการนำเข้า 80,614.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 33.49

ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับจีนมาโดยตลอดในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2568) ไทยขาดดุลการค้าเฉลี่ยปีละ 43,142.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2568 ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับจีน มูลค่า 67,892.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่าการขาดดุล 45,337.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 49.75 2.5

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปยังจีน ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ยางพารา ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และเคมีภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรม (ร้อยละ 67.63) รองลงมาคือสินค้าเกษตรกรรม (กสิกรรม, ปศุสัตว์, ประมง) (ร้อยละ 26.52) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร (ร้อยละ 4.58) และสินค้าแร่และเชื้อเพลิง (ร้อยละ 1.27)

ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ แผงวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์โลหะ

สินค้าทุน (ร้อยละ 41.69) รองลงมาคือ สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ร้อยละ 35.50) สินค้าอุปโภคบริโภค (ร้อยละ 16.23) ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (ร้อยละ 4.56) อาวุธ ยุทธปัจจัย และสินค้าอื่น ๆ (ร้อยละ 1.9) และสินค้าเชื้อเพลิง (ร้อยละ 0.10)