ทอ. แจงสาเหตุ ‘อนุทิน’ ยังไม่ร่วมบิน F-16 ย้ำไม่มีจัดเที่ยวบิน-เพิ่มชั่วโมงบินกรณีพิเศษ

ทอ. แจง กำหนดการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 ‘นายกฯ’ ย้ำ อนาคตจัดคิวบิน F-16 ไม่ใช่จัดเที่ยวบิน-เพิ่มชั่วโมงบินกรณีพิเศษ หรือเพิ่มภาระงบประมาณ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม กองทัพอากาศ ได้ชี้แจง ถึงข่าวเกี่ยวกับการที่กองทัพอากาศมีแนวคิดเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักบิน ร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20/ก (F-16) เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงและเข้าใจถึงขีดความสามารถของกองทัพอากาศนั้น

กองทัพอากาศขอเรียนว่า ในการตรวจเยี่ยม กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีจะยังไม่ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 เนื่องจากการทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศ จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการบินอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพและความพร้อมทางการแพทย์ การเข้ารับการฝึกในห้องปรับสภาพความกดอากาศ (Altitude Chamber) ตลอดจนการฝึกและทดสอบขั้นตอนการสละอากาศยาน (Ejection Training) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่ก่อนการตรวจเยี่ยมในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จึงยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าวได้ครบถ้วน กองทัพอากาศจึงเห็นว่า ความปลอดภัยต้องเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับนักบินของกองทัพอากาศ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้รับฟัง การบรรยายสรุปสถานการณ์และภารกิจของกองทัพอากาศ รวมถึงขีดความสามารถและบทบาทของเครื่องบินขับไล่ F-16 ตลอดจนพบปะพูดคุยและให้กำลังใจนักบิน เจ้าหน้าที่ และกำลังพลของกองบิน 1 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการรับทราบภารกิจ การเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติงานของกำลังพลจากประสบการณ์ตรง

กองทัพอากาศขอย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในอนาคต หากมีความเหมาะสม จะต้องดำเนินการภายใต้ มาตรฐานความปลอดภัยและกระบวนการฝึกที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเที่ยวบินหรือเพิ่มชั่วโมงบินเป็นกรณีพิเศษ และจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการเพิ่มภาระหรืองบประมาณของทางราชการโดยไม่จำเป็น

กองทัพอากาศเห็นว่า การได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง ย่อมช่วยให้ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจด้านความมั่นคง สามารถเข้าใจถึงขีดความสามารถ ข้อจำกัด และความพร้อมของกำลังทางอากาศได้อย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

ทั้งนี้ กองทัพอากาศให้ความสำคัญสูงสุดต่อ ความปลอดภัย ความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานสากล และทุกกิจกรรมจะดำเนินการภายใต้หลักการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด