ยศชนัน-ประเสริฐ คิกออฟปฏิรูปการศึกษา นำร่อง 6 นโยบายผ่านนวัตกรรมฯ

ยศชนัน-ประเสริฐ คิกออฟปฏิรูปการศึกษา นำร่อง 6 นโยบายผ่านนวัตกรรมฯ ดันระบบ Credit Bank เชื่อม TCAS คืนครูสู่ห้องเรียน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยข้อสั่งการเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทย โดยใช้กลไก “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” (Education Sandbox) เป็นพื้นที่นำร่องในการปฏิบัติจริง ก่อนนำผลสัมฤทธิ์ไปขยายผลบังคับใช้ทั่วประเทศ

นายยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการวางเข็มทิศการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 6 มิติสำคัญ ดังนี้

1.คืนเวลาให้ครูผ่านระบบ “ครัวกลาง” มุ่งลดภาระงานบริหารจัดการอาหารกลางวันและงานพัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน นำร่องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้ง “ครัวกลาง” (Cloud Kitchen) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยให้ครูมีเวลากลับเข้าสู่ห้องเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ 100%

Advertisement

2.ปรับสูตรคำนวณงบประมาณ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกเลิกการจัดสรรงบประมาณแบบรายหัวถัวเฉลี่ย และเปลี่ยนมาใช้เกณฑ์ “ต้นทุนความจำเป็นที่แท้จริง” ของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1–2 เดือนนี้ ควบคู่ไปกับการนำร่อง “ระบบรถรับส่งนักเรียน” ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เด็กในการเข้าถึงโรงเรียนคุณภาพโดยไม่เพิ่มภาระค่าเดินทางให้ผู้ปกครอง ซึ่งจะช่วยรองรับแผนการควบรวมทรัพยากรโรงเรียนขนาดเล็ก

3.ปรับวิชาเดิมให้ทันโลก ไม่เพิ่มวิชาใหม่ เตรียมนำร่องปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Curriculum & AI Literacy Framework) ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ โดยมุ่งวัดผล 4 ทักษะหลักตามแนวทาง PISA ได้แก่ การอ่าน การคิดคำนวณและวิทยาศาสตร์ การสื่อสาร และทักษะดิจิทัล/AI ผ่านวิธีการปรับรูปแบบการเรียนและการประเมินผลในรายวิชาเดิม โดยไม่เพิ่มวิชาใหม่ให้เป็นภาระแก่ผู้เรียน

4.สร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่น (Thailand Zero Dropout PLUS) พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank Sandbox) ที่รองรับผลการเรียนรู้จากทั้งระบบออนไลน์ สายอาชีพ และชุมชน พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) โดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบสามารถสะสมหน่วยกิตและสมรรถนะ สำหรับนำไปยื่นเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ในอนาคต

5.ปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการบริหารจัดการ สั่งการให้ศึกษาแนวทางการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมให้มีความคล่องตัว โดยต้องสอดคล้องกับกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พร้อมทั้งเตรียมแผนรองรับกรณี พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาฯ สิ้นสุดอายุ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและสอดรับกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

6.ยกระดับโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Student Safety and Protection Sandbox) ขับเคลื่อนมาตรการไม่อดทนต่อความรุนแรง (Zero Tolerance) ทั้งการกลั่นแกล้ง (Bullying) และการคุกคามทุกรูปแบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตเพื่อคัดกรองและดูแลจิตใจนักเรียน พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเหตุลับผ่านระบบ Traffy Fondue for Education รวมถึงจัดอบรมทักษะให้ครูและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ นายยศชนันและนายประเสริฐ ได้กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นระยะ เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ที่สามารถวัดผลได้จริง ก่อนพิจารณานำโมเดลความสำเร็จนี้ไปขยายผลเป็นนโยบายหลักเพื่อใช้งานทั่วประเทศต่อไป