ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งศาลชั้นต้น เปิดโอกาส หมอสรณ พิสูจน์ความชอบธรรม

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งศาลชั้นต้น เปิดโอกาส หมอสรณ พิสูจน์ความชอบธรรม พร้อมตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการสรรหาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ให้รับคำฟ้องของ ศ.คลินิก สรณ บุญชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. ไว้พิจารณา ในคดีที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำฟ้อง

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่มีประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับสถานะของ “หมอสรณ” ประธาน กสทช. และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น จากเดิมที่ไม่รับคำฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารระบบความ เป็นให้รับคำฟ้องของหมอสรณไว้พิจารณา

ผลจากคำสั่งดังกล่าว ทำให้ประเด็นคำกล่าวหาเรื่องลักษณะต้องห้ามของหมอสรณ รวมถึงความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา ทั้งสองประเด็นยังคงเป็นประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป โดยในระหว่างที่ศาลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น หมอสรณยังคงมีสถานะเป็นประธาน กสทช. ข้อสรุปของคณะกรรมการสรรหาจึงยังเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

สาระสำคัญประการหนึ่งในคำสั่งครั้งนี้ คือ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา “ย่อมมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี” ซึ่งในกรณีนี้คือ หมอสรณ ทำให้ผู้ฟ้องคดี เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายดังกล่าว “ต้องมีคำบังคับของศาลให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี”

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง เนื่องจากเห็นว่ายังถือไม่ได้ว่าหมอสรณได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหามีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของหมอสรณแล้ว

นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาแจ้งสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และคำสั่งย่อมมีผลใช้ยันต่อผู้ฟ้องคดีตั้งแต่ขณะที่ได้รับแจ้ง จึงกล่าวได้ว่าผลกระทบต่อหมอสรณเกิดขึ้นตั้งแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว และเป็นเหตุให้มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง

ศาลปกครองสูงสุด จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของหมอสรณไว้พิจารณา และให้มีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีต่อไป

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเปิดโอกาสให้หมอสรณได้พิสูจน์ความชอบธรรมของตนเองในกระบวนการพิจารณาของศาล ขณะเดียวกัน ความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยและการใช้อำนาจของคณะกรรมการสรรหา ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของศาลเช่นกัน