
ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) เป็นภาวะความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก การตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความรุนแรงและชะลอการดำเนินของโรคได้ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับแนวทางและเทคนิคการรักษาทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพทางเลือกใช้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางการดูแลสุขภาพหัวใจอย่างถูกวิธี
ภาวะหัวใจล้มเหลวคืออะไร

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ หรือจำเป็นต้องมีแรงดันภายในหัวใจสูงผิดปกติเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้เพียงพอ
ภาวะหัวใจล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าหัวใจ “หยุดทำงาน” แต่หมายถึงหัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยอาจเกิดจากหัวใจบีบตัวได้ไม่ดี หรือหัวใจคลายตัวและรับเลือดได้ไม่ดี แม้บางรายจะมีแรงบีบตัวของหัวใจที่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม
เมื่อหัวใจทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจเกิดการคั่งของเลือดและน้ำ โดยเฉพาะบริเวณปอดและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดอาการเหนื่อย หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้ หรือมีอาการบวมที่เท้าและขาได้ ในกรณีที่มีน้ำคั่งในปอดอย่างมาก อาจเกิดภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
เทคนิคและแนวทางการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในปัจจุบัน
ปัจจุบันการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีเป้าหมายไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยหรืออาการบวมเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการนอนโรงพยาบาล ชะลอการดำเนินของโรค และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยแนวทางการรักษาจะพิจารณาตามชนิดและความรุนแรงของภาวะหัวใจล้มเหลว รวมถึงสาเหตุและโรคร่วมของผู้ป่วยแต่ละราย
การรักษาด้วยยาและการปรับพฤติกรรม
การรักษาด้วยยาเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวชนิดที่มีการบีบตัวของหัวใจลดลง (Heart Failure with Reduced Ejection Fraction; HFrEF)
ยาหลักที่มีหลักฐานชัดเจนในการลดความเสี่ยงของการนอนโรงพยาบาลและการเสียชีวิต ได้แก่ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมนของหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ยาขับปัสสาวะยังมีบทบาทสำคัญในการลดภาวะคั่งน้ำ ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยและอาการบวม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำเกิน
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวและการบีบตัวของหัวใจยังอยู่ในเกณฑ์ที่คงไว้ (Heart Failure with Preserved Ejection Fraction; HFpEF) แนวทางการรักษาจะเน้นการควบคุมภาวะคั่งน้ำและรักษาปัจจัยหรือโรคร่วมที่เกี่ยวข้อง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคอ้วน
นอกจากการใช้ยาแล้ว การปรับพฤติกรรมเป็นส่วนสำคัญของการรักษา เช่น ลดการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ควบคุมน้ำหนัก รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายหรือเข้าร่วมโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ (Cardiac Rehabilitation) ตามความเหมาะสมของผู้ป่วย
การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก (Minimally Invasive Cardiac Surgery – MICS)
ในผู้ป่วยบางราย ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจมีสาเหตุจากโรคที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด เช่น โรคลิ้นหัวใจบางชนิด หรือโรคหลอดเลือดหัวใจบางกรณี การแก้ไขโรคต้นเหตุจึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษา
ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดหัวใจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในผู้ป่วยที่เหมาะสม สามารถใช้การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก (Minimally Invasive Cardiac Surgery; MICS) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพเลือกนำมาใช้ดูแลผู้ป่วย โดยศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกจะผ่าเปิดแผลเล็กด้านข้างของหน้าอก บริเวณใต้ราวนมหรือระหว่างซี่โครง แทนการผ่าตัดเปิดหน้าอกแบบดั้งเดิม วิธีนี้ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร
ในผู้ป่วยที่เหมาะสม การผ่าตัดแบบแผลเล็กอาจช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวทุกคนที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด และการเลือกวิธีผ่าตัดควรพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของโรค ความเสี่ยงของผู้ป่วย และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นรายบุคคล
ทางเลือกในการดูแลและรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีอาการที่สงสัยภาวะหัวใจล้มเหลว การเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลอย่างครบวงจรและสามารถติดตามการรักษาได้อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นโรคที่ต้องอาศัยการดูแลในระยะยาวและอาจมีความซับซ้อนแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพให้บริการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวตั้งแต่การประเมินและวินิจฉัย การรักษาด้วยยา การทำหัตถการและการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
ความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขาวิชาชีพ
การดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคร่วมหลายอย่างหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของบุคลากรหลายสาขา
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพมีทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร ทั้งอายุรแพทย์โรคหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก พยาบาล เภสัชกร นักโภชนาการ และทีมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ เพื่อร่วมกันประเมินสาเหตุ ความรุนแรง โรคร่วม และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงวางแผนการรักษาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการดูแลแบบทีมสหสาขาวิชาชีพสอดคล้องกับแนวทางการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรักษา การให้ความรู้ การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพและคุณภาพชีวิต
การรับรองมาตรฐานผลลัพธ์การรักษา ICHOM Level 1
การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงควบคุมอาการหรือผลตรวจทางการแพทย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อผู้ป่วย เช่น ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน อาการเหนื่อย คุณภาพชีวิต และความสามารถในการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ คือโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพได้รับการรับรองมาตรฐาน ICHOM Accreditation Program Level 1 ด้านภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) จาก International Consortium for Health Outcomes Measurement (ICHOM) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้ความสำคัญกับการวัดและติดตามผลลัพธ์การรักษาที่มีความหมายต่อผู้ป่วย หรือ Patient-Centered Outcome Measures เช่น ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน อาการเหนื่อย คุณภาพชีวิต และความสามารถในการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการดูแลอย่างต่อเนื่อง
สรุปบทความ
ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นภาวะที่ต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง การเลือกสถานพยาบาลที่มีบุคลากรชำนาญการ มีเทคนิคที่ช่วยลดความบอบช้ำแก่ร่างกายอย่างการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก และมีการรักษาที่ได้มาตรฐาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยได้ หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีสัญญาณความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว
1. การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องดูแลต่อเนื่องไปตลอดหรือไม่?
ภาวะหัวใจล้มเหลวส่วนใหญ่เป็นภาวะเรื้อรัง จึงควรได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ปรับพฤติกรรม และติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์ ช่วยควบคุมอาการ ลดโอกาสการกำเริบ และช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2. เทคนิคการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก (Minimally Invasive Cardiac Surgery หรือ MICS) เหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจทุกคนหรือไม่
เทคนิคการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กอาจไม่ได้เหมาะสมกับผู้ป่วยทุกราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างหัวใจและทรวงอกของผู้ป่วย ความซับซ้อนของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งศัลยแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล
3. การรับรองมาตรฐาน ICHOM Level 1 มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้รับบริการ
มาตรฐาน ICHOM Level 1 เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าสถานพยาบาลมีระบบการประเมินผลลัพธ์การรักษา และการติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบตามเกณฑ์ด้านสาธารณสุข ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้พัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้รับบริการในระยะยาว
4. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นสามารถเข้ารับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพได้หรือไม่
สามารถเข้ารับการรักษาได้ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีทีมแพทย์เฉพาะทางแบบสหสาขาวิชาชีพ ที่พร้อมประเมินอาการและร่วมกันวางแผนการดูแลอย่างรัดกุม เพื่อรับมือและจัดการกับภาวะแทรกซ้อนหรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยอาจมีร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคไต
5. สัญญาณเตือนเบื้องต้นของภาวะหัวใจล้มเหลวที่ควรรีบพบแพทย์มีอะไรบ้าง
หากมีอาการเหนื่อยหอบง่ายผิดปกติแม้ทำกิจกรรมที่คุ้นเคย รู้สึกอึดอัดเวลานอนราบจนต้องหนุนหมอนสูง ตื่นขึ้นมาหอบเหนื่อยในตอนกลางคืน มีอาการบวมบริเวณขา ท้อง หรือข้อเท้า และรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินการทำงานของหัวใจและเข้ารับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที
Ref:
- https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-heart/content/minimally-invasive-cardiac-surgery-mics
- https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/minimally-invasive-heart-surgery
- https://praram9.com/th/articles/cardiac-surgery
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




