ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว

ผู้นำกลุ่ม BRICS มีมติรับรอง “ปฏิญญานิวเดลี” ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมผู้นำ BRICS โดยแสดง “ความวิตกอย่างยิ่ง” ต่อสงครามในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมสนับสนุน “แนวทางพหุภาคี” ที่เคารพมุมมองและจุดยืนของแต่ละประเทศ

ปฏิญญาดังกล่าวได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง หลังจากการสู้รบหยุดชะงักไปเกือบตลอดเดือนสิงหาคม

BRICS มีทั้งอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐเป็นสมาชิก ทำให้ก่อนหน้านี้คาดว่าการบรรลุฉันทามติเพื่อออกแถลงการณ์ร่วมจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอินเดียในฐานะเจ้าภาพ

“เราขอแสดงความวิตกอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก” ปฏิญญานิวเดลีระบุ

Advertisement

ปฏิญญาดังกล่าวยังย้ำถึงพันธกรณีของประเทศสมาชิกในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ ผ่านการเจรจา การหารือ และการทูต

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิก BRICS ยังแสดงความวิตกต่อการเพิ่มขึ้นของ “มาตรการด้านภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีฝ่ายเดียว” ซึ่งบิดเบือนกลไกการค้า ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่านจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน

กลุ่ม BRICS ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ในส่วนของไทยซึ่งเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่มบริกซ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับผู้นำ BRICS ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีอินเดีย

นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าประสงค์หลังของรองนายกฯ และรมว.กต.ในการเข้าร่วมการประชุม BRICS ครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่ม BRICS ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน และขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South  เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการรับมือกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ในบริบทของความผันผวนของสถานการณ์โลก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ทั้งการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางด้านพลังงาน

รองนายกฯ และรมว.กต. ยังได้พบหารือกับภาคเอกชนไทยในอินเดีย โดยนางสาวใจไทยกล่าวว่า การพบหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเศรษฐกิจที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำหน้าที่ส่งเสริมโอกาสการขยายการค้าการลงทุน รวมถึงรับฟังประเด็นที่อาจจะยังเป็นข้อติดขัดต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐก็มีหน้าที่ในการช่วยเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหลายบริษัทได้ให้ข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจ และกระทรวงการต่างประเทศจะนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของภาคเอกชนไปช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะยังติดขัดอยู่

นอกจากนี้นายสีหศักดิ์ได้หารือทวิภาคีนายมักซิม รีเจนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลารุส โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า เป็นการหารือเพื่อสานต่อความพยายามของไทยในการผลักดันความคืบหน้าให้เกิดการเริ่มการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งก่อนหน้านี้ รองนายกฯ และรมว.กต. ได้ผลักดันเรื่องนี้ขณะเดินทางไปเยือนรัสเซีย ซึ่งเบลารุสเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก EAEU จึงขอให้เบลารุสได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเริ่มการเจรจาโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ผ่านกรอบกลไกการหารือทวิภาคี ส่งเสริมการค้าการลงทุน และความเชื่อมโยงระหว่างกัน

สำหรับการหารือทวิภาคีกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี. ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ นางสาวใจไทยกล่าวว่า เป็นการหารือกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ตลอดจนได้พูดคุยถึงพัฒนาการความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมา หลังจากที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาไปแล้ว

ขณะที่การหารือกับดร. เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การการค้าโลก (WTO) ก็เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและระบบการค้าพหุภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเข้มแข็งของระบบการค้าพหุภาคีที่ตั้งอยู่บนกฎกติกาในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง