สภาโหวตเดินหน้า กม.อากาศสะอาด-นิรโทษ รวม34ฉบับ-ยืนยันไปต่อ รุมถล่มปัดตกร่างแก้รธน. ภท.จ่อชงของใหม่19พ.ค.

สภาโหวตเดินหน้า กม.อากาศสะอาด-นิรโทษ รวม34ฉบับ-ยืนยันไปต่อ รุมถล่มปัดตกร่างแก้รธน. ภท.จ่อชงของใหม่19พ.ค.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า เนื่องจากมีร่างพ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพราะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมและวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครม. ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างพิจารณาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาข้างต้นแล้วมีมติให้ร้องขอเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวน 2 ญัตติ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 ฉบับต่อไป

จากนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. อภิปรายว่า ขอบคุณที่ ครม.มีมติยืนยันกฎหมายทั้ง 34 ฉบับกลับมาให้รัฐสภาพิจารณาว่ากฎหมายฉบับใดบ้างที่เราจะเดินหน้าต่อ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาให้ความสำคัญคือ กฎหมายที่ถูกครม.ปัดตก สิ่งหนึ่งที่ตนอยากตั้งคำถามถึง ครม. คือเรื่องของหลักการที่พวกท่านใช้พิจารณาว่าตกลงแล้วกฎหมายฉบับใดบ้างที่จะถูกส่งกลับมาหรือไม่ถูกส่งกลับมา

ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. อภิปรายว่า ขอพูดเรื่องรัฐธรรมนูญแทนประชาชนที่ไปลงประชามติเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐบาลกลับไม่ยืนยันร่างที่พิจารณาค้างไว้ เป็นการซื้อเวลาเตะถ่วงไว้ให้นานที่สุด ประชามติครั้งนี้ใช้งบประมาณรวมกับการเลือกตั้งไปกว่า 7 พันล้านบาท เรารอกระบวนการตีความเรื่องว่าต้องทำประชามติกี่ครั้งจากศาลรัฐธรรมนูญรวมแล้วกว่า 4 ปี เราเสียเวลากับกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ไปกว่า 60 วัน ประชาชนตั้งตารอว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับมีรัฐรัฐบาลชุดใหม่

Advertisement

ต่อมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายถึงการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ว่า ตั้งข้อสังเกตถึงร่างกฎหมายที่ ครม.ไม่ได้มีมติยืนยันต่อรัฐสภาคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลประชามติชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี60 นั้นมีปัญหาที่จะแก้ไขเพียงบางมาตราไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำฉบับใหม่ ทราบดีว่าในเชิงขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเพิ่มกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรก็ต้องดำเนินการที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่จะบอกว่า ครม.ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลยก็คงจะไม่ใช่

นายภราดร ชี้แจงว่า ในฐานะรัฐบาลขอขอบคุณข้อคิดเห็นของสมาชิก และยืนยันถึงความจริงใจและเจตนารมณ์ของรัฐบาลชุดนี้ ในการให้ความสำคัญกับสถาบันนิติบัญญัติ ไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายเฉพาะของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีของ ส.ส.และภาคประชาชน ซึ่ง 34 ฉบับซึ่งเป็นเจตนารมณ์และความจริงใจของรัฐบาล ที่พิจารณาอย่างถ้วนถี่ต่อการยืนยันร่างกฎหมาย

ซึ่ง ครม.มีการยืนยันถึง 2 ครั้งมีเหตุผลทั้งสิ้น ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและพรรค ภท.มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มี ส.ส.ร. และตนได้หารือกับนายอนุทิน หัวหน้าพรรค ภท. และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท.ว่า วันที่ 19 พฤษภาคมนี้จะหารือในที่ประชุมพรรค ภท. หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้ ส.ส.ทั้ง 190 คนยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ส.ส.ได้อภิปรายแล้ว ประธานสภาได้เปิดให้ลงมติเห็นชอบให้กฎหมายทั้ง 34 ฉบับไปต่อหรือไม่ โดยผลการลงคะแนน 611 ต่อ 3 เห็นชอบพิจารณากฎหมาย งดออกเสียง 1

สำหรับกฎหมายที่ได้ไปต่อ 34 ฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด, ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (นิรโทษกรรมทางการเมือง), ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น, ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ฯลฯ