อนุสรณ์ ปลุกรัฐสภา ร่วมแก้รธน.60 รื้อมรดกบาปรัฐประหาร หาทางออกให้ประเทศ

อนุสรณ์ ปลุกรัฐสภา ร่วม แก้รธน.60 รื้อมรดกบาปรัฐประหาร หาทางออกให้ปท.

เวลา 19.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า วันนี้ (22 พฤษภาคม  ) ครบรอบ 12 ปี  การทำรัฐประหาร ประเทศไทยผ่านการทำรัฐประหารมาถึง 13 ครั้ง สำหรับตนประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า “รัฐประหาร” ไม่เคยและไม่มีทางเป็นทางออกของการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ใดๆเลย “การรัฐประหารคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่มีความชอบธรรมรองรับในทุกกรณี” สังคมไทยต้องร่วมกันเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน ล้างอำนาจคณะรัฐประหารในการกำกับระบอบประชาธิปไตย

รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ประเทศเรายังคงเหลือ “มรดกบาป” ที่ตกทอดจากคณะรัฐประหาร นั่นคือกลไกสืบทอดอำนาจที่ฝังอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 หากกติกาหลักของประเทศยังไม่ได้ถูกเขียนใหม่โดยประชาชน โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นของคณะรัฐประหารก็ยังคงฉุดรั้งประเทศเอาไว้อยู่ดี แม้ในวันนี้เราจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แต่โครงสร้างอันบิดเบี้ยวยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ผ่านการใช้องค์กรอิสระ วุฒิสภา หรือใช้กลไกทางกฎหมายมาสกัดกั้นเจตจำนงของประชาชน

รศ. ดร. อนุสรณ์ ระบุด้วยว่า ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด คือ ปรากฏการณ์ “ส.ว.สีน้ำเงิน” ที่เข้ามาจับจองพื้นที่ในสภาสูงอย่างเป็นกระบวนการ สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่มันคือผลลัพธ์ของการออกแบบกติกาที่จงใจทำเพื่อเอื้อให้กลุ่มอำนาจเดิมสามารถส่งต่อและควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จผ่านการจัดตั้งทางการเมือง การสืบทอดอำนาจของ คสช. ยังอยู่ต่อไปในระบอบสีน้ำเงินที่มีฐานจากโครงข่ายอำนาจการเมืองอุปถัมภ์แบบเดิม อันเป็นส่วนต่อขยายของเครือข่ายอำนาจจารีตอนุรักษ์นิยมปรปักษ์ประชาธิปไตยในระบบเลือกตั้ง

“เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ของคณะรัฐประหารส่งผลให้รัฐสภาถูกยึดอำนาจด้วยการออกแบบกติกาที่ไม่ชอบธรรมและไม่สอดคล้องกับกระบวนการประชาธิปไตยที่มีประชาชนเป็นหัวใจหลัก ผลกระทบจึงตกมาอยู่กับคนหนุ่มสาวที่เคยลุกขึ้นมาท้าทายกติกาอยุติธรรมนี้ด้วย สิ่งที่ผมเห็นแล้วสะท้อนใจและเจ็บปวดที่สุดคือการเห็นภาพของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ทยอยถูกพิพากษา บางคนต้องหมดอิสรภาพในคุกตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนต้องทิ้งบ้านเกิดลี้ภัยไปต่างแดน พวกเราต้องช่วยกันผลักดันให้ระบบรัฐสภาเป็นกลไกหลักสำคัญในการแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้ประเทศ เราต้องร่วมกันรื้อถอนมรดกบาปในรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อส่งต่อสังคมที่เป็นธรรมและคืนอำนาจสูงสุดในการกำหนดทิศทางประเทศกลับมาอยู่ในมือของประชาชน ทุกคนอย่างแท้จริง”รศ. ดร. อนุสรณ์ ระบุ

Advertisement