
พิพัฒน์ รับถอยร่าง พ.ร.บ. SEC ไม่ชง ครม. จับมือ SEC Watch ตั้งคณะศึกษาพัฒนาภาคใต้ ย้ำไม่ใช้โมเดล EEC ส่วนแลนด์บริดจ์ รอฟังผลศึกษา 90 วัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และตัวแทนกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) จำนวน 12 คน ที่นำโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แถลงหลังรับข้อเรียกร้องจากกลุ่ม SEC Watch เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนแนวนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการถอนร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และยุติโครงการแลนด์บริดจ์
นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รัฐบาลจะยกเลิกการเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. …. ที่จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจะไม่นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
พร้อมทั้งเตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับตัวแทนกลุ่ม SEC Watch เพื่อยืนยันแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ส่วนความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายพิพัฒน์ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ซึ่งมีรองนายกฯเอกนิติ เป็นประธาน ศึกษาโดยมีกรอบระยะเวลาศึกษา 90 วัน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาภาคใต้ โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch ที่มีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้แทนหลัก เพื่อศึกษาภาพรวมการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคใต้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่นำรูปแบบการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาใช้กับพื้นที่ภาคใต้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหยิบยกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการ EEC โดยนายพิพัฒน์รับปากว่า จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อทบทวนการขยายพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC รวมถึงจะนำปัญหาค่าชดเชยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลในจังหวัดระยอง เสนอต่อนายกรัฐมนตรี พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ภายหลังการหารือ ตัวแทนกลุ่ม SEC Watch ระบุว่าผลการประชุมถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลรับข้อเสนอในหลายประเด็น โดยเฉพาะการยืนยันไม่นำร่าง พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ในระยะต่อไป





