
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีอ้างรายงานของ กลไกสอบสวนอิสระสำหรับเมียนมา(IIMM) จัดตั้งโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) เผยแพร่ในวันอังคาร(11 ส.ค.)ระบุอ้างว่า กองทัพเมียนมาได้หันมาใช้อากาศยานราคาต่ำอย่าง พารามอเตอร์ หรือ ร่มร่อนติดเครื่องยนต์ และ ไจโรคอปเตอร์ มากขึ้นในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในความขัดแย้งกับกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเป็นผลให้มีพลเรือนถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก
รายงานดังกล่าวได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนที่ดำเนินมานานนับปีกรณีที่มีการกล่าวหาว่ากองทัพเมียนมาและกองกำลังติดอาวุธพันธมิตร รวมถึงกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ได้ก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในประเทศเมียนมา โดยพบว่าการละเมิดหรือการกระทำทารุณได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงมีการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม
โดยIIMM ระบุว่าสังเกตเห็นการโจมตีทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายเดือนก่อนการเลือกตั้งและการโจมตีเหล่านั้นยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น ซึ่งคณะผู้สอบสวนยังได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบของการกักขังโดยพลการ การทรมาน และความรุนแรงทางเพศโดยเจตนาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้งของเมียนมาไว้ด้วย
IIMM ระบุว่าสถานการณ์การบาดเจ็บและเสียชีวิตของพลเรือนในเมียนมาเลวร้ายลงจากการที่กองทัพเริ่มใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศแบบ “โจมตีซ้ำจุดเดิม” ซึ่งเป็นการโจมตีระลอกสองตามหลังระลอกแรกที่ดูเหมือนมุ่งเป้าต่อหน่วยกู้ชีพ ผู้ที่กำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดและต่อผู้กำลังพยายามหลบหนี นอกจากนี้กองทัพเมียนมายังใช้พารามอเตอร์ ไจโรคอปเตอร์และโดรนเพิ่มมากขึ้นในการโจมตีทางอากาศระดับต่ำด้วยระเบิดไร้ระบบนำวิถี
รายงานได้ยกตัวอย่างการโจมตีในลักษณะดังกล่าวหลายเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ เช่น ในภูมิภาคสะกาย ที่นักบินควบคุมพารามอเตอร์ได้ดับเครื่องยนต์ขณะบินเข้าใกล้เป้าหมาย เพื่อให้สามารถร่อนลงได้โดยเงียบในการโจมตีด้วยยุทธวิธีดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้พลเรือนแทบไม่มีเวลาหรือมีโอกาสที่จะหลบหนีหรือหาที่กำบังได้ทัน
รายงานฉบับนี้ของ IIMM ยังมีขึ้นในขณะที่กองทัพอาระกัน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาล ในรัฐยะไข่ กล่าวอ้างว่ามีพลเรือนถูกสังหารเสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บอีก 22 คน ในระหว่างที่กองทัพเมียนมาได้โจมตีทางอากาศใน 3 เมืองระหว่างวันที่ 1-11 สิงหาคม รวมถึงการโจมตีครั้งหนึ่งที่ใช้อากาศยานรวม 8 ลำ กินเวลาราว 1 ชั่วโมง
นอกจากนี้ IIMM ระบุว่าพวกเขายังกำลังสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงที่มีการกล่าวหาต่อกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้านกองทัพเมียนมา ซึ่งรวมถึงกองทัพอาระกันเองด้วยที่ถูกกล่าวหาว่าได้ข่มขืนและก่อความรุนแรงทางเพศอื่นๆ ต่อสตรีชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม การเข่นฆ่าประหัตประหาร การเกณฑ์เด็กเข้าเป็นทหารและการทำลายมัสยิดของชาวมุสลิมในรัฐยะไข่
รัฐบาลเมียนมายังไม่ได้แสดงท่าทีใดต่อรายงานของยูเอ็น รวมถึงคำกล่าวอ้างข้างต้นของกองทัพอาระกัน ขณะที่รายงานการสอบสวนนี้ IIMM ระบุว่าได้มาจากการรวบรวมพยานหลักฐานจากแหล่งข้อมูลและพยานบุคคลกว่า 1,600 ราย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบต่อการล่วงละเมิดดังกล่าวได้ในอนาคต




