BeNice คว้ารางวัล ‘Top Rising Brand’ เจาะลึกการถูกเลือกซื้อ 18 ล้านครั้ง ในตลาดที่ผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา

ลองนึกภาพตามง่ายๆ เวลาเราเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ เชลฟ์สบู่และครีมอาบน้ำ มีแบรนด์หลากหลาย เป็นจุดที่คนใช้เวลาเลือกนานและเปลี่ยนใจง่ายที่สุดในบรรดาสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

ยิ่งยุคนี้มีของใหม่ๆ ให้ลองตลอดเวลา พฤติกรรมผู้บริโภคจึงพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ (Brand Switching) ได้ทันที ถ้าเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่า แต่ท่ามกลางตลาดที่แข่งกันดุเดือดขนาดนี้ BeNice (บีไนซ์) แบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคย สามารถสร้างปรากการณ์ด้วยการถูกหยิบใส่ตะกร้าซ้ำๆ ได้มากที่สุด

ข้อมูลจาก Thailand Brand Footprint Awards 2026 จัดโดย Worldpanel by Numerator เก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อจริงผ่าน Household Panel ทั่วประเทศ (ช่วง 6 ตุลาคม 2567 – 5 ตุลาคม 2568) พบว่า BeNice แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในเครือ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO สามารถสร้างตัวเลขการถูกเลือกซื้อ 18 ล้านครั้ง โดยมีค่าดัชนี Consumer Reach Points (CRPs) เพิ่มขึ้น +1.8 ล้านครั้ง ส่งผลให้ BeNice คว้าตำแหน่ง “Top Rising Brand” แบรนด์ที่มีการเติบโตของจำนวนครั้งในการถูกเลือกซื้อสูงที่สุดในกลุ่ม Personal Care ของประเทศไทย

ดัชนี CRPs วัดผลการซื้อจริงหน้าเชลฟ์ ไม่ใช่แค่มูลค่ายอดขาย

ความน่าสนใจของการจัดอันดับจาก Brand Footprint Awards คือการวัดผลระดับสากลที่ครอบคลุมกว่า 43 ประเทศทั่วโลก ด้วยระเบียบวิธีวิจัยที่มีมาตรฐานความเชื่อมั่นสูงบนฐานตัวอย่าง 8,000 ครัวเรือน โดยใช้วิธีคำนวณ CRPs จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประชากรครัวเรือนทั้งหมด (Population) อัตราการเข้าถึงหรือสัดส่วนครัวเรือนที่ซื้อสินค้าอย่างน้อย 1 ครั้ง (Penetration) และความถี่ในการซื้อซ้ำตลอดทั้งปี (Frequency)

ตัวเลขนี้จึงสะท้อนความเคารพและความเชื่อมั่นจากพฤติกรรมการซื้อจริงของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นหน้าเชลฟ์อย่างต่อเนื่อง ต่างจากตัวเลข Market Share ในมิติของยอดเงินเพียงอย่างเดียว

เมื่อพิจารณาในแง่มุมของยอดขายเชิงพาณิชย์ BeNice ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการครองตำแหน่งแบรนด์ครีมอาบน้ำยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลา 7 เดือนแรกของปี 2026 อ้างอิงข้อมูลจาก NielsenIQ Thailand ตลาด Total liquid soap ช่วง มกราคม – กรกฎาคม 2569

การเติบโตทั้งในมิติของจำนวนครั้งที่ถูกเลือกซื้อและมูลค่ายอดขาย เกิดจากการวางกลยุทธ์ธุรกิจที่มุ่งเน้นนวัตกรรม (Innovation-led Growth) และการเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

Self-Disruption นำนวัตกรรมระดับหัตถการความงามสู่ Body Care

หัวใจสำคัญที่เปลี่ยนผู้บริโภคทั่วไปให้กลายเป็นผู้ซื้อซ้ำ คือการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับตลาดที่เริ่มอิ่มตัว BeNice เลือกใช้วิธีการ Disrupt ผลิตภัณฑ์ตัวเองด้วยการนำนวัตกรรมระดับหัตถการความงามอย่าง EXOSOME มาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายในซีรีส์ BeNice ExoBright ซึ่งนับเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้ากลุ่ม Personal Care ในตลาดแมส

ขณะเดียวกันยังมีการออกสินค้าเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เช่น ครีมอาบน้ำ บีไนซ์ โตเกียว อิจิโกะ (BeNice Tokyo Ichigo) ซีรีส์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก Fresh Cells Strawberry และวิตามินซีเข้มข้น, บีไนซ์ ไอซี่ ล็อค (BeNice Icy Lock) ที่มีนวัตกรรม Cooling Encap ลดอุณหภูมิผิวได้ทันที -5 องศาเซลเซียส รวมถึงการทำแคมเปญ Collaboration ข้ามหมวดหมู่เพื่อสร้างกระแสในสังคมอย่าง ครีมอาบน้ำกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ที่ร่วมมือกับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง ‘แม่วารี’

ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบาย ESG ผ่านการใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงมาผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อลดการใช้ Virgin Plastic ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ภาพใหญ่ของ NEO Corporate โมเดลพอร์ตโฟลิโอเจาะครบทุก Segment

ความสำเร็จของ BeNice ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของตัวแบรนด์เอง แต่ยังเป็นกรณีศึกษาการบริหารพอร์ตโฟลิโอของ NEO Corporate ที่ใช้กลยุทธ์การแบ่งเซกเมนต์ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การขยายฐานจากแบรนด์ D-nee ที่เป็นผู้นำตลาดเด็ก ไปสู่กลุ่ม Young Adult ด้วยซีรีส์ D-nee Blooming Glow และการเจาะตลาดผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูงด้วย D-nee Deluxe ที่มีนวัตกรรมระงับกลิ่นวัยเก๋าโดยเฉพาะ

ขณะเดียวกันแบรนด์ TROS ก็รุกตลาดแมสด้วยแนวคิด Affordable Superiority ส่งซีรีส์ TROS Skin Revive Shower Cream เพื่อตอบโจทย์การดูแลตัวเองของผู้ชายยุคใหม่ การสร้างความหลากหลายแต่ชัดเจนในแต่ละกลุ่มเป้าหมายนี้กลายเป็นโครงสร้างธุรกิจที่ทำให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง

มุ่งสู่อนาคต ต่อยอด R&D ปักธงยกระดับแบรนด์สู่ระดับภูมิภาค

ณิชมน ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ได้อธิบายถึงทิศทางและเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่า การได้รับรางวัล Top Rising Brand ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ในเครือ นีโอ คอร์ปอเรท และสะท้อนถึงผลสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ที่อยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรม ความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อยอดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้า เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาด Personal Care ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย

กรณีศึกษาของ BeNice และ NEO Corporate ในปีนี้ แสดงให้เห็นว่าในตลาด FMCG ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างการเติบโตไม่ได้เกิดจากการโปรโมชันเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำนวัตกรรมมาตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างแม่นยำ จนสามารถเปลี่ยนจากการทดลองใช้ครั้งแรก ให้กลายเป็นการเลือกซื้อซ้ำมากกว่า 18 ล้านครั้งตลอดทั้งปี ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่น่าจับตามอง ว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ อะไรมาสร้างความคึกคักและขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดในประเทศไทยต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา