สิริพงศ์ โต้‘สนธิ’ประกาศลงถนน ยันรบ.ไม่ได้ยื้อคดีเขากระโดง-ฮั้วสว.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงถึงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ว่า การชุมนุมความเห็นแตกต่างทางความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ตนในฐานะเป็นรัฐมนตรีต้องขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในภาพรวมว่าปัจจุบันรัฐบาลมีการดำเนินการในประเด็นเรื่องทุนเทา ตนคิดว่าคนไทยทุกคนทราบกันดีว่าการมีทุนเทาไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว

“สิ่งที่ประชาชนได้เห็นคือรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ดำเนินการปราบปรามทุนเทา วันนี้เราได้เนรเทศชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยไปแล้ว 2 รายคือชาวอิสราเอลและชาวฝรั่งเศส แต่การเนรเทศเป็นเรื่องส่วนตัวปัจเจกบุคคล จะไปเหมารวมทั้งประเทศไม่ได้ เพราะทุกๆ ประเทศล้วนมีคนไทยไปทำงานอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้นเรื่องการดำเนินการจึงเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจัง”นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นคลาสสิกที่ในทุกครั้งถ้ารัฐบาลกำลังมีผลงานอยู่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาประจำ คือเรื่องเขากระโดงและฮั้วส.ว.ในกรณีเขากระโดงตอนนี้การรถไฟได้ดำเนินการฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น 24 คดี จำนวน 108 แปลงหรือ ประมาณ 800 ไร่ ซึ่งล้วนเป็นแปลงใหญ่ ส่วนแปลงที่ยังไม่ได้ฟ้องคือประเภท น.ส.3 เป็นที่แปลงเล็กยิบย่อย ซึ่งศาลจะนัดต่อไปในวันที่ 22 ก.ย.นี้

Advertisement

“นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้มีการประวิงเวลาหรือเอื้อในกรณีที่รัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล เราทำงานอย่างเต็มที่ ” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่อง ฮั้ว ส.ว.นั้น วันนี้ในการวินิจฉัยต่าง ๆเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ หน้าที่ของเราเมื่อถูกกล่าวหา ก็มีหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมในกรณีที่ กกต.ขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ในหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือ36 ก็เป็นการรวบรวมเอกสารหลักฐาน โดย กกต.เองทั้งสิ้น เรายังไม่มีโอกาส แม้กระทั่งตนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ก็ยังไม่เคยถูกเรียกเข้าไปแล้วให้ถ้อยคำอะไรเลย แม้แต่ครั้งเดียว ฉะนั้นในการดำเนินการคิดว่าเป็นเรื่องของกกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ

“สิ่งหนึ่งที่ผมต้องฝากวิงวอน คือเมื่อเราหวังให้เขาทำงานอย่างอิสระ ก็อย่าไปกดดันในการทำงาน ในส่วนของรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรในทุกคดีเราพร้อมยอมรับหมด ” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขอให้ติดตามในการทำงานของรัฐบาลที่พยายามขับเคลื่อนอยู่ เช่น กรณีการโกงสอบท้องถิ่น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่นายอนุทิน มาเป็นนายกฯ แต่การสอบท้องถิ่นมีการดำเนิน มาเป็นระยะเวลานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 ด้วยซ้ำ สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ตอนนี้คือให้อำนาจหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปตามจับ ซึ่งจะเห็นว่าวันนี้มีตัวแปรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา ยืนยันว่าไม่มีการตัดตอน เพราะหลังจากเลือกตั้งเสร็จเราเพิ่งทำงานมาสู่เดือนที่ 5 หลายอย่างที่เราพยายามเร่งทำผลงานให้กับประชาชนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เช่น วันที่ 14 ก.ย.นี้ให้ลองดูในบิลค่าไฟว่าถูกลงหรือไม่ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลว่า 200 หน่วยแรก ค่าไฟ 3 บาท จะลดลงอีก 10 สตางค์ หลังหักค่าใช้จ่ายไฟสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่รัฐบาลพยายามเร่งดำเนินการอยู่

“ขอยืนยันว่าในการกล่าวหาหรือให้ร้ายรัฐบาล เป็นสิ่งที่คนมีความเห็นต่างสามารถดำเนินการได้ การชุมนุมต่าง ๆ ก็เป็นสิทธิของเขา ถ้าถามว่ามีความกังวลหรือไม่ก็ต้องบอกว่ามีความกังวลอย่างเดียวคือกังวลว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงเป็นหน้าที่ที่ผมต้องออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนให้รับทราบข้อมูลในอีกมุมหนึ่ง”นายสิริพงศ์ กล่าว