
‘ทวี‘ ทวง แก้รัฐธรรมนูญ เป็นวาระของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่วาทกรรม แนะ รื้อกฎหมายอำนาจนิยมที่เป็นโซ่ตรวนมัดมือมัดเท้า ปชช.
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า กฎหมายแม้จะยืนยันมามากหรือน้อย ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องรอง แต่จะทำอย่างไรให้กฎหมายที่รองรับจะธำรงไว้ซึ่งหลักยุติธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ เพราะปัจจุบันเรามีกฎหมายรวมถึงกฎกระทรวงพระราชกฤษฎีกา ประมาณ 15,000 ฉบับ ถือว่ามากเกินไป เพราะกฎหมายจริงๆ ก็อาจจะเป็นโซ่ตรวนมัดมือมัดเท้า ซึ่งกฎหมายของเรามีลักษณะเป็นอำนาจนิยมค่อนข้างเยอะ นอกจากเราจะจำเป็นต้องยกเลิกกฎหมาย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนมีส่วนในการเป็นประธานกรรมาธิการที่เสนอกฎหมาย ขอขอบคุณรัฐบาลที่ยืนยันมาสองฉบับ คือ 1.กฎหมายพระราชบัญญัติล้มละลาย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฟื้นฟูธุรกิจและบุคคลธรรมดาที่เรียกว่า 100 ปี กฎหมายแพ่งไม่เคยมีการแก้ไข ในครั้งนี้จึงถือเป็นการแก้ไข เนื่องจากหนี้สินได้กลายเป็นทุกข์เชิงโครงสร้าง มีความฝังลึกเข้าไปในครัวเรือน เข้าไปในการทำมาหากินทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ SMEs ต่างๆ กว่า 25 ล้านล้าน ทั้งหนี้บังคับคดีประมาณ 18 ล้านล้าน และหนี้ล้มสลายประมาณ 7 ล้านล้าน ซึ่งตัวเลขทางสังคมนั้นเราไม่มี
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ดังนั้น กฎหมายล้มละลายฉบับนี้ จึงถือว่าเป็นปฐมบทที่จะสามารถให้คนเป็นหนี้ สามารถชนะหนี้ได้อย่างยั่งยืน และไม่ต้องมีงบประมาณใดจากรัฐมาช่วย ถ้าเขามีสภาพที่จะขอฟื้นฟู ซึ่งตนในฐานะประธาน กมธ. ทราบดีว่าเราต้องรักษาความสมดุลระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ก็ต้องได้รับเงินคืน แต่กำไรไม่ต้องมากได้หรือไม่สำหรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งทราบว่าในชั้น สว. ก็อาจจะมีกลุ่มเจ้าหนี้ ไม่อยากให้ผู้ค้ำประกันได้รับอานิสงส์ทั้งที่กฎหมายแพ่งถูกแก้มาแล้ว ถ้าหนี้ชั้นต้นถูกลดเท่าไหร่ ผู้ค้ำก็ควรเท่านั้น และปัจจุบันเจ้าหนี้นิยมให้ลูกหนี้กู้ไม่ต้องดูคุณสมบัติมาก แต่ดูผู้ค้ำ จึงอยากฝากวุฒิสภาว่า ในตลอด 24 ครั้งที่ตนเป็นประธานฯ เหมือนอยู่ในสงครามระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็เป็นกฎหมายที่ได้รับการยอมรับ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังเป็นประธานคือ พ.ร.บ.เช็ค ซึ่งวันนี้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของสหประชาชาติ คนจะต้องติดคุกเพราะเป็นหนี้ เราก็พยายามแก้ ปรากฏว่าสองปีในชั้น สส. ไม่มีใครรับเลย แต่เมื่อไปในชั้นกรรมาธิการ ก็ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร และอยากฝากในเรื่องของการนิรโทษกรรมที่ดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรเลยเพียงแค่รัฐประกาศพื้นที่ทับที่ดินของประชาชน และให้ประชาชนที่ติดคุกถูกบังคับคดีให้หยุดชั่วคราวและมาพิสูจน์สิทธิ ทั้งนี้ ตนอยากฝากเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่วาทกรรม แต่เป็นวาระของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเราจะต้องมาจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นมา




